Marsmag.net

'นครพนม' เมืองเล็กๆ น่าลุ่มหลง


เรื่อง/ภาพ ก้าวยาว
Neopan_oofside@hotmail.com
     

สู่หัวเมืองเหนือสุดของ……(อีสาน) เราทะยานจากพื้นดินด้ว สายการบินแอร์เอเชียกับเจ้าแอร์บัส เอ 320 ลำใหม่เอี่ยม ซึ่งรับบทบาทพาคนเมืองเหินฟ้าเปิดประสบการณ์สุดประทับใจในจังหวัดนครพนม เมืองเล็กๆ ริมโขงที่ร่ำรวยด้วยเสน่ห์จากวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ อาหารการกินและความเงียบสงบ….

     นอกจากเป็นดินแดนปรารถนาของผู้มีจิตศรัทธาซึ่งดั้งด้นมาสักการระ “พระธาตุพนม” หรือสักการะพระธาตุประจำวันเกิด (ที่นี่ มีพระธาตุครบทั้ง 7 วัน) แล้ว นครพนมยังมีอะไรให้ชมมากกว่านี้ครับ ผมขอเริ่มจากบรรยากาศยามเย็นริมโขงกับเมืองที่อยากจะให้ชื่อว่า “สวรรค์ของนักปั่น” ด้วยถนนหนทางที่ราบเรียบไร้ความจอแจ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง ยามเย็นๆ บริเวณถนนริมโขงจนถึงถนนเฟื่องนคร และรอบๆ หอนาฬิกา จะเต็มไปด้วยหนุ่มสาวรักสุขภาพ รวมถึงผู้สูงวัยที่จะออกมายืดเส้นยืดสายออกกำลังกายกัน แล้วมีหรือที่พวกเราจะพลาดหาจักรยานสักคันมาปั่นชมเมืองนี้บ้าง


นอกจากจะเป็นเหมือนลานออกกำลังกายของคนนครพนมแล้ว ตลอดแนวถนนริมโขง ยังมีร้านรวงยามค่ำคืน และร้านอาหาร ร้านนมฯ ให้เลือกชิม เลือกชิล กัน สุดแล้วแต่ความชอบของใคร อาจจะเลือกแวะชิมของกินท้องถิ่นอร่อยๆ ราคาสบายกระเป๋าในตลาดโต้รุ่ง (ตลาดแลง) ตรงถนนเฟื่องนคร แล้วค่อยมาเก็บประสบการณ์แสงสีราตรีที่ไม่วุ่นวาย กับบรรยากาศร้านรวงดัดแปลงจากบ้านไม้สมัยเก่าย่านถนนริมโขง แต่เอ๊ะๆๆๆ เมาไม่ปั่นนะครับ งานนี้ ฮาาาาาาา


   อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของนครพนม ถ้ามาแล้วไม่น่าพลาด!!โอกาสไปนั่งรับลมชมเมืองกับเจ้า “สกายแล๊ป” สามล้อเครื่องโดยสาร ซึ่งคอยวิ่งรับส่งให้บริการอยู่ทุกหนแห่งบนถนนเมืองนครพนม ในวันเวลาที่เราเดินทางไปนั้นแม้ใกล้จะผ่านพ้นฤดูหนาวอยู่มะรอมมะร่อ แต่นครพนมยังคงมีสายลมกับน้ำค้างหนาวเหน็บให้ผิวกายได้สัมผัสในค่ำคืน

   สำหรับคนเมืองผู้สนิทสนมกับความวุ่นวายยามเช้ามานาน อาจตกใจสักนิดกับเช้านี้ในนครพนม เพราะทุกอย่างดูจะเรียบง่าย ไม่ไหวติงสักเท่าไรนัก กับผู้คน รถยนต์ พ่อค้า แม่ขาย ดูจะไม่รีบร้อนอะไร ทุกอย่างดำเนินไปอย่างไม่เกรงกลัวต่อนาฬิกาหรือเวลาตอกบัตร อาหารเช้าที่มาแล้วต้องลอง ก็พวก ไข่กระทะ บาแก๊ต หมูยอลวก โจ๊ก ของกินง่ายๆ ที่ไม่ควรพลาดชิม

    เมื่อชาร์จพลังกันเสร็จสิ้น การเดินทางข้ามพรมแดนผ่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 ไปยัง “แขวงคำม่วน” ก็เริ่มขึ้นสำหรับขาชอป!ดิวตี้ฟรี คือปลายทางของพวกเขาเลยครับ ข้าวของมากมายมีให้เลือกซื้อหาไปเป็นของฝาก แต่ผมแนะว่าดูให้ดีก่อนหากคิดจะซื้อ ยิ่งอะไรที่มันเขียนบอกว่าเป็นของแบรนด์แนมนี้ ……..(ของถูกและดีมักไม่มีในโลกครับ)

   แขวงคำม่วน ในวันนี้ดูมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งอาคารบ้านเรือน ถนนหนทางที่รองรับเส้นทางมุ่งหน้าสู่ประเทศเวียดนามซึ่งอยู่ห่างกันเพียงร้อยกว่ากิโลเมตรเท่านั้น มาเมืองลาวทั้งทีต้องลองอาหารต่างบ้านต่างเมืองสักครั้ง หลังมื้ออาหารเสร็จสิ้น สิ่งที่พลาดไม่ได้ถ้ามาเมืองลาวก็เริ่มขึ้น…การเต้นบั๊ดสะหลบกับสาวชาวลาว ที่แม้ท่วงท่าจะดูไม่ตื่นเต้นเร้าใจ แต่ลีลาก็มัดใจหนุ่มไทยได้หลายคน

     แล้วก็ถึงเวลามุ่งหน้าสู่ปลายทางแท้จริง ในฝั่งลาว กับการผจญภัยใน “ถ้ำนางแอ่น” เพียงประตูรถถูกเปิดออก ไอเย็นจากผืนป่าก็เข้าเกาะกุมร่างกาย ปากถ้ำนั้นสูงใหญ่หลายสิบเมตรมาก การผจญภัยในถ้ำนางแอ่นนั้น ส่วนมากแล้วนักท่องเที่ยวจะมาเพื่อดูประติมากรรมจากหินผา ซึ่งธรรมชาติบรรจงรังสรรค์หินงอกหินย้อยขึ้นมา ส่วนใครที่ชอบท้าทายหน่อย ภายในถ้ำนี้ก็มีเรือให้ท่านล่องไปในลำธารเล็กๆ ฝ่าความมืดพิสูจน์หัวใจตนเอง ส่วนพวกเราขอเลือกเก็บบรรยากาศซึมซับความงามท่ามกลางความวังเวงในสายลมอ่อนไหวภายในถ้ำก็พอแล้ว โถงกลางของถ้ำนี้ใหญ่โตจนเรากลายเป็นเพียงมนุษย์โลกตัวเล็กๆเท่านั้นเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของมัน
     ลมหายใจสุดท้ายในลาว ถูกฝากไว้บนสะพานฯ กับความทรงจำที่บอกตัวเองว่า “ผมจะกลับมาอีกครั้ง” ก่อนเราจะลัดฟ้ากลับเมืองกรุง ในหัวยังคงคิดถึงนครพนมและความรื่นรมย์อยู่ทุกทีสิน่า….