Marsmag.net

เพลงอกหักจาก นอร่าห์ โจนส์ 2012


Blowin’ in the songs
โดย : ประมวล ดาระดาษ
p_daradas@hotmail.com

นอร่าห์ โจนส์ สาววัย 33 ปี (ลูกครึ่งอินเดีย/อเมริกัน ทายาทของศิลปินระดับโลก ราวี แชงการ์) เป็นทั้งนักร้องแนวแจ๊ซ, โฟล์ค, คันทรี่และโซล หล่อนสุ้มเสียงดีมีความสามารถ เป็นศิลปินที่มีแต้มต่อทุกด้าน ทั้งรูปร่างหน้าตาสะสวย อดีตเคยเป็น ดาราฮอลลีวู้ดแบบขายได้ ถึงตอนนี้ เธอกำลังปล่อยอัลบัมใหม่ Little Broken Hearts ที่กำลังวางแผง แฟนขาประจำที่หาซื้อไม่ได้ โลกสมัยใหม่ก็สามารถโหลดบิต จาก ไอ จูนส์ ได้อีกทางในขณะนี้
อัลบัมนี้ ถูกร่างวางแผนขึ้นคร่าวๆ เมื่อนอร่าห์ โจนส์ และสุดยอดโปรดิวเซอร์ไบรอัน เบอร์ตัน หรือสมญา “Danger Mouse” ที่ได้เคยร่วมงานและประสบความสำเร็จกับบรรดาศิลปินระดับโลกอย่าง The Black Keys , U2 ,Gnarls Barkley และBeck เมื่อเธอและเขาได้พบกันที่สตูดิโอของเพื่อนซี้ Gnarls Barkley เมื่อปี 2009 ทั้งสองก็แอบปรึกษางานการทำสตูดิโออัลบัมที่ห้ากันแบบไม่ให้ใครรู้ คือ แบบสะดวกและค่อยเป็นค่อยไป ตามประสาศิลปินใหญ่ และ แม้งานจะดำเนินไปด้วยดี มีความชุ่มฉ่ำ อิ่มเอม ในเนื้องานแบบไม่มีปัญหา แต่ก็ไม่ทำให้ทั้งสองพอใจแต่อย่างใด ต่อการรีบร้อนที่จะปล่อยงานออกมาสู่สาธารณชน
ก็เหมือนศิลปินทั่วไป เมื่อไม่พอใจก็ไม่ดันทุรัง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานเฉพาะกิจ/การของตนก่อน นอร่าห์ โจนส์ ก็ไปทำอัลบัมที่สี่ที่ประสบความสำเร็จด้วยดี กับอัลบัม “ เดอะ ฟอลล์” และยังมีพลังเหลือไปเล่นเปียโนให้ กับ เดอะ ลิตเติ้ล วิลลี่
ส่วนเบอร์ตันก็ไปสนุกกับการทำอัลบัมให้กับวง, ยู 2 และ เดอะ แบล็กคีย์ ในสุดยอดอัลบัม เอล คามิโน
พอถึงปี 2011 เธอและเขา ก็กลับมารื้อฟื้นงานในอัลบัม Little Broken Hearts อีกครั้ง คราวนี้เบอร์ตันพาความเชี่ยวชาญด้านดนตรีแบบประสบความสำเร็จทุกอัลบัมมาแบบย่ามใจ นอร่าห์ โจนส์ ก็ไม่น้อยหน้า พาวัตถุดิบสำหรับการสร้างสรรค์มาเต็มมือ จากประสบการณ์ชีวิตตรง
ปกอัลบัม Little Broken Hearts ของนอราห์ โจนส์นั้นเลียนแบบใบปิดภาพยนตร์ เรื่อง “Mudhoney” ในปี 1965 ของผู้กำกับรัสส์ เมเยอร์ โดยเบอร์ตัน ผู้ซึ่งชื่นชอบผู้กำกับคนนี้เป็นพิเศษ และสะสมใบปิดภาพยนตร์ไว้มาก ก็มีความคิด โดยนำใบหน้าของ นอร่าห์ โจนส์ กลับไปสู่อัตลักษณ์ย้อนยุคไปแทนใบหน้าของนางเอก คลารา เบลล์ ในเรื่องนั้น แถม รายละเอียด คำโปรยปกอัลบัม ก็เลียนแบบใบปิดนั้นทุกประการ
ข่าวล่าจากเว็บไซต์ของนอร่าห์ โจนส์ประกาศรายการทัวร์สำหรับการโปรโมทอัลบัม ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2012 และจะจบลงในปลายเดือนสิงหาคม 2012 รวมถึงการแสดงในอเมริกาเหนือและยุโรป นอร่าห์ โจนส์บอกว่า จะไปร่วมรายการ Gurtenfestival 2012 ร่วมกับ ศิลปินเช่น Lenny Kravitz, Snow Patrol, Noel Gallagher
วันที่ 10 สิงหาคม 2012, เธอจะเข้าร่วมแจมกับ Foo Fighters, Beck, Metallica, Neil Young และ Crazy Horse, Sigur Rós, Stevie Wonder, Skrillex และรายการอื่นๆ อีกมาก เสียดายแทนแฟนๆ ของเธอในไทย

อัลบัม Little Broken Hearts
เปิดอัลบัมด้วยแทร็ก Good Morning ที่นำเสนอด้วยการอินโทรเปียโน ในกรูฟเมโลดี้แผ่วพลิ้วเป็นสันหลังตลอดเพลง ตามด้วยกีตาร์ริธึ่มย้ำจังหวะ พาท่วงทำนองไปจนจบแบบช้าเนิบ หนักแน่น ทว่ามีความไพเราะอยู่ เนื้อหาของเพลงเปิดอัลบัมนี้ ก็สามารถชี้ทิศทางทั้งหมดของคอนเซ็ปต์ได้แล้วว่า นอร่าห์ โจนส์และโปรดิวเซอร์ใหญ่อย่างไบรอัน เบอร์ตัน นั้นจะสร้างสรรค์เนื้อหาออกมาในแนวทางธีมใด
กับ ถ้อยวลีในเพลงอย่าง Why did you do it? / I couldn’t sleep / I knew you were gone,” let me know this was เหล่านี้ เป็นต้น นั่นก็คือ การวนเวียนอยู่กับเรื่องของการเจ็บช้ำ ปวดใจต่อเรื่องรัก เรื่องใคร่ แบบออดอ้อน ผสานทุกข์ทรมานปวดร้าวช้ำชอกใจตามแนวถนัด ของแจ๊สแบบด้นอารมณ์จริงสู่การนำเสนอเมื่อเข้าห้องบันทึกเสียงแบบตกตะกอน
“Say Goodbye,” เพลงที่สองในอัลบัม เป็นอีกเพลงที่มีจังหวะแปลก เมื่อพิจารณาจากบริบท เพลงเริ่มต้นด้วยประโยค” “Bring me back the good old days / When you left and misbehaved,” ซึ่งหมายถึง คนสองคนที่มีปัญหาจากความซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ บางขณะใจก็อยากหวนคืนวันชื่นคืนเก่า ต่ออดีตที่ผ่านมาของกันและกัน ออกจะมีกลิ่นทะแม่งซ้ำซาก แต่สุ้มเสียงของนอร่าห์ โจนส์ ก็พาอารมณ์ตัดพ้อจนยกระดับสู่ความสะเทือนใจได้
ด้วยจังหวะที่ช้า ที่น่าจะติดหูได้ง่าย เพลงชื่อเดียวกับอัลบัม “Little Broken Hearts ” ให้ความรู้สึกหลอนและระแวง กับการอกหัก มันไม่ใช่อกหักเพียงเล็กน้อยพอทน ไม่สมหวังแน่นอน แบบผ่านมาก็ผ่านไปแล้วเสียแล้ว ลักษณะอย่างนี้ น่าจะมาก จนยากจะลืมเลือน
“Travelin 'On” ให้ความรู้สึกว่า เป็นเพลงเกี่ยวกับเคลื่อนไหวในมูฟเมนท์ ย้ายที่แบบอยู่ไม่สุขสนุกไป น่าจะเป็นหนึ่งในเพลงโปรดของใครต่อใครเป็นในอัลบัม การผสานเคมีรวมกันของเสียงร้องดุจขยี้กำมะหยี่ริมธารยะเยือกในฤดูใบไม้ผลิ กับคอร์ดและสำเนียงกีต้าร์อะคูสติกที่เรียบง่ายของเธอและไวโอลินคลอแบบเศร้าสร้อย คือ สิ่งที่ยอดเยี่ยม
เนื้อหาอย่าง “Hey I’m too weak / It’s too much to fight off / A past so strong” น่าจะทำให้คนที่ผิดหวังจากความรัก ฟื้นคืนสติได้บ้าง…


มาถึงเพลงเอก…ขณะนี้ กับ ”Happy Pills” ซิงเกิ้ลแรกที่ถูกตัดออกมาโปรโมท จากงานสตูดิโออัลบัมชุดที่ห้าของเธอ และหรือนี่ คือยาเม็ดที่หล่อน นอราห์ โจนส์ ขอกล่อมประสาทแบบเปี่ยมสุข และหวังว่าคงจะประสบความสำเร็จ กับคนรักใหม่ที่จะก้าวมาทดแทนได้ในไม่ช้า ขอรับประกัน แต่อีกนัยยะ ก็น่าจะให้ความหมาย แบบการมีความสุขกับอัลบัมใหม่
ซิงเกิ้ลนี้เปิดแทร็ก แหวกขนบเพลงของนอร่าห์ โจนส์ สำหรับคนที่คุ้นเคยกับแนวสมูธ แจ๊สแบบกระซิบกระซาบ ปานแม่นกไนติงเกลเสียงใส ผ่านสายธารไหลเนิบยะเยือกในราวป่า
เพลงนี้เปิดแทร็ก เบสเสียงดังกว่าเคย และรู้ได้ถึงความอึกทึก มากกว่าสงบเสงี่ยม เป็นแนวแจ๊สที่อัพบีตขึ้นมา นอราห์ โจนส์ค่อยๆ ควบคุมโทนและน้ำเสียงให้อยู่ตัวแบบรู้ลึกถึงศักยภาพของตนแบบ sentimental ซาบซึ้งสะเทือนอารมณ์แบบดั้งเดิมไว้ได้
เรามาดู/ฟังจากยู ทูป แทร็กเปิดตัว เพลงนี้อยู่ในอันดับที่ 10 ของอัลบัม แต่ถูกเลือกมาจากโปรดิวเซอร์และค่ายเพลงสำหรับการโปรโมท ให้เป็นเพลงเปิดแนะนำตัว สร้างสรรค์มิวสิควิดิโอ ออกมาในโทน วินเธจ ทั้งมุมกล้อง แสงสี ทั้งภาพงานคอสตูม บ้าน รถ และบรรยากาศย้อยยุคได้สวยงาม ต่อฉากอาบน้ำที่นอราห์ โจนส์ แต่งหน้าและเผยช่วงไหล่เต็มเนียน นี่คือภาพสาวเต็มสาว หนุ่มไหนหนอมองไม่เห็นค่า แบบวานรได้แก้ว ไก่ได้พลอย ทำให้เธอเจ็บปวดในชีวิตจริงได้มาก
ด้านเนื้อหาก็ง่ายและงาม ตามประสาแนวแจ๊ส มีลักษณะตัดพ้อคนรัก ในอารมณ์ตัดรอน เป็น เนื้อหาระดับนักศึกษาไฮ สกูล ที่ยอมจากคนรักไปมากกว่าจะทนทุกข์จมปลักอยู่กับเขาแบบไม่เข้าใจกัน
โดยซิงเกิ้ลเปิดตัวเมื่อ วันที่ 1 พค.ที่ผ่านมา มีแฟนๆ สนใจคลิกชมและแสดงความคิดเห็น ไปแล้วถึงตอนนี้ มากเกือบสองแสนคลิก
ก็มีทั้งคนชอบ คนชัง บ้างก็ว่าเนื้อหาเพลงไม่เข้ากับภาพ บางคนว่าเพลงเพราะดี สมกับที่คิดถึงแต่ภาพวิดิโอ มันขยะ


” Miriam” เพลงที่ให้อารมณ์กร้าวแกร่งสำแดงออกมาทาง เสียงเปียนโน และจังหวะที่หนักแน่น หลายคน ที่แสดงความเห็นบนยู ทูป ถึงกับเกลียดชายอดีตคนรักและหญิง มิเรียมคนนี้ ที่ทำให้โจนส์ต้องเจ็บช้ำ จากคำร้องที่ว่า ” “Miriam / When you were having fun / In my big pretty house / Did you think twice?
ฟังแทร็กนี้ นึกถึงเพลง “โจลีน”ของ โอลิเวียร์ นิวตัน จอห์น ที่ตัดพ้อสาวโจลีนที่มาแย่งแฟนหนุ่มของเธอ(ในเพลง)อยู่ บรรยากาศสวมย้อนยุคย้อนไปยุควินเธจแห่งเสียงเพลง 70 เช่นกัน


ส่วนแทร็ก ที่เหลืออย่าง She's 22 / Take It Back/ After The Fall /Out On The Road และ All A Dream นั้นก็อยู่ในธีม และแนวทางของอัลบัม ได้มาตรฐานทั้งดนตรี และเนื้อหา
อัลบัมของนอร่าห์ โจนส์ แม้ตัวเธอ และโปรดิวเซอร์จะบอกว่า ได้นำบรรยากาศเก่า และเพลงในอดีตที่เคยเขียนไว้มาปัดฝุ่น เรียบเรียงและสร้างสรรค์ใหม่ บรรยากาศที่จมปลักอยู่กับความร้าวราน เจ็บปวดในเรื่องราวส่วนตัวและหัวใจของคนหนุ่มสาว เหมือนจะหนีความมืดมนในใจไปไม่พ้น แต่งานแนวนี้ก็ต้องยอมรับแหละครับ ว่ามันทรงพลังในแนวทาง_JAZZY แบบเจือกลิ่นใหม่ไปกับยุคสมัยแบบรักษามาตรฐานของเธอไว้ แต่ก็คงจะห่างไกลกับรางวัลแกรมมี ที่เคยประสบความสำเร็จมหาศาลมาแล้ว ถ้าจะเทียบกับยอดเขาที่เธอเคยปีนไปสู่ความสำเร็จมาแล้ว
นั่นคือ อดีตปี 2003 ที่เธอประสบความสำเร็จกับอัลบัมเพลงป็อปยอดเยี่ยม อัลบัมแห่งปีจาก Come Away with Me บันทึกเสียงแห่งปี/ ศิลปินเพลงป็อปหญิงยอดเยี่ยม/ ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม “Don't Know Why”
และปี 2005 กับรางวัล ศิลปินเพลงป็อปรวมกันเฉพาะกิจยอดเยี่ยม บันทึกเสียงแห่งปี “Here We Go Again” (ร่วมกับ เรย์ ชาร์ลส) และศิลปินเพลงป็อปหญิงยอดเยี่ยม “Sunrise”

โดยสรุป กับอัลบัม Little Broken Hearts นั้น แม้นักวิจารณ์ทั่วโลก ตามหน้านิตยสารต่างๆ จะให้อยู่ในระดับสามดาวขึ้น ต่อการทำอัลบัมที่ค้างคากับโปรดิวเซอร์ ไบรอัน เบอร์ตัน ที่ไปประสบความสำเร็จในสไตล์ร็อคกับวงอื่น อย่าง ยู 2/ เดอะ แบล็กคีย์ แนวอินดี้ ร็อค ที่มีอัตลักษณ์อึกทึกคึกโครม จึงน่าจะส่งผลและอารมณ์ค้างคา ทำให้อัลบัมนี้มีกลิ่นของแนวอัลเธอร์เนตีฟ ป๊อบ/ อินดี้ ร็อคแบบตั้งใจจะข่มโทนหวือหวาให้อยู่ตัวและอยู่ในท่าทีสมูธ หรือแคธชี่แจ๊สอันเป็นพื้นฐานของนอร่าห์ โจนส์ แบบลงตัวเรียบง่าย
กับคราวนี้ที่นอร่าห์ โจนส์ บอกว่าเธอพาวัตถุดิบสำหรับการสร้างสรรค์มาเต็มมือ เมื่อพิจารณาจากเนื้อหา และคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าตัวสาวสวย นอร่าห์ โจนส์ ที่ให้สัมภาษณ์นิตยสารโรลลิ่งสโตน ว่า งานชิ้นนี้ อัลบัมนี้ ที่ทำข้ามปีนั้น วัตถุดิบได้มาจากประสบการณ์ตรงจากอาการร้าวรานในเรื่อง เฮิร์ทส่วนตัว ต่อการที่อารมณ์จากการถูกหักอกอกจากแฟนหนุ่มนักเขียนนิยายคนหนึ่งมาหมาดๆ
นอราห์ โจนส์กล่าวว่า ”เมื่อคุณผ่านเรื่องเห่ยๆ มาได้ คุณก็จะเขียนเพลงได้ดีขึ้น นี่คือเรื่องจริง” นั่นคือสัจธรรมแน่แท้ ปมจางจิต เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลแน่นนอน ต่อการขาดความรักจากเพศตรงข้าม ในขณะที่วัตถุดิบจากชีวิตจริงร้าวรันทด จากการถูกไม่สนใจไยดีจากผู้พ่อ ศิลปิน รวี แชงการ์ ที่ปล่อยให้แม่อเมริกันเลี้ยงดูเธอตามลำพังตั้งแต่เกิดมาจนเป็นสาวนั้น เหล่านี้ น่าจะเป็นจิตวิญญาณแห่งการขาดความรัก ความอบอุ่นที่แท้มากกว่า
สุ้มเสียงสำเนียงในใสบริสุทธิ์ในอดีต ให้สุนทรียภาพโดดเดี่ยว อ้างว้าง คลอเสียงเปียโนที่พร่างพรมผ่านปลายนิ้วเรียว และเครื่องมือดนตรีทุกชิ้นที่เธอบรรเลงออกมาตลอดเท่าที่ผ่านมา ต่อความเศร้าขื่น ให้มิติลึกล้ำทางวิญญาณ มากกว่าการอกหักคราวนี้ที่ดูเหมือนจะอึกทึกครึกโครมแบบเยอะไปตามอิทธิพลของโปรดิวเซอร์สมญา “Danger Mouse”