Marsmag.net

เซ็กซ์บอมบ์ระเบ้อ…เชอรีล โคล

Blowin’ in the songs
โดย : ประมวล ดาระดาษ
p_daradas@hotmail.com

“โอบกอดฉัน จนกว่าฉันจะอิ่ม
และเชิญชิม เรือนร่างฉันที่ปะทุระเบิด
มันฉีกขาด ปัง ปัง ปัง…
โอ่ยยยย…”
(จากแทร็ก Sexy Den a Mutha)

ไตรมาสสองผ่านไปแล้ว มีอัลบั้มแนวป็อปแดนซ์ ของซูเปอร์สตาร์สาว เชอรีล โคล มาฝากเพื่อความสดชื่นแจ่มใส ท่ามกลางความเป็นไปและร้อนแรงของการเมืองไทยแนวอันธพาลครองเมืองไปทุกหย่อมย่านขณะนี้ดีที่ซู้ดด…
ฟังเพลงเพราะ ดูของสวยของงาม ตามความเคยชินของนักสุขนิยมตามแบบรสนิยมหนุ่มไทย สไตล์ Taste ไปพลางๆ ก่อนดีแท้ ดูบอลเชียร์ทีมสิงโตคำราม และแน่นอน เชอรีล โคล ป็อปสตาร์สาวคนนี้ก็อดีตขวัญใจ แอชลีย์ โคล ที่สาวกบอลอังกฤษนิยมชมชื่นอยู่ แบบแอบตาร้อนลึกๆ ว่า น่าจะงี่เง่า ไม่เข้าใจ ทิ้งหล่อนไปทำไม… อะไรทำนองนั้น
ไม่เป็นไร หางาน “Million Light” อัลบั้มแบบเต็มๆ ของเชอรีล โคล มาฟังปลอบใจ กับการผิดหวังในเรื่องฟุตบอล และเรื่องร้างลาเลิกกัน เติมเต็มใจไปกับเสียงเพลงจะดีสุดยอด จร๊าบ…ทุกประการ อีกแล้วครับทั่น

“มิลเลียน ไลต์” เปิดแทร็กแรกด้วย
“Under The Sun”
เชอรีล โคล ร่วมเขียนเนื้อกับ อะเล็กซ์ ดา คิด แนวเพลงสไตล์ป็อปใสๆ ในจังหวะบีตระทึกปานกลาง ใช้เสียงธินธีไซเซอร์ ในอิทธิพลแฝงของวงเคมีคัล บราเธอร์, รุ่นเดอะ
เชอรีล โคล ร้องด้วยท่าทีและน้ำเสียงแสดงออกซึ่งความสดใส เปี่ยมสุข ไม่ต้องเค้นอารมณ์อะไรมากมาย เธอให้สัมภาษณ์เบื้องหลังเพลงนี้ว่า “ก็เป็นเพลงสนุก มันสนุกจริงๆ นะคุณ ก็แค่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ชาย ผู้ชายที่กำลังจะบอกคุณในสิ่งที่คุณอยากได้ตามแบบฉบับของเขานั่นแหละ แต่คุณก็ต้องไว้เชิงแบบยั่วยวนมีจริตว่า “ยังหรอกนะ…เรื่องนั้น แต่ก็ไม่แน่นะสำหรับวันนี้”
เธออธิบายว่า ภายใต้แสงตะวันจะทำให้คุณมีความสุข
เพลงนี้ตัดเป็นซิงเกิล แผ่นที่สอง รองจากแทร็ก Call My Name และติดอันดับร้อยกว่าใน ยู เค.ชาร์ต

“Call My Name”
ซิงเกิลแรก เรียกว่ากะน็อกแฟนเพลงให้อยู่หมัด และก็เป็นจริงดั่งคาด เพราะขึ้นอันดับฮิตติดซาร์ต ของ ยูเค./และตามสถานีวิทยุต่างๆ แนวป็อปแดนซ์ก็ฮิตจริง เปิดกันระเบิดระเบ้อ
กับดนตรีสมัยนิยม ในแนวเฮาส์ ผสมป็อปแดนซ์, เชอรีล โคล ร้องสุดพลังเสียง ในธีมเรื่องของคนรัก ความรักที่ยากจะเข้าใจกัน ต้นแบบของเพลงแบบนี้เหมือนจะเจริญรอยตาม ป็อป สตาร์ขาแดนซ์ “รีฮันนา” ที่เคยทำไว้แล้วในเพลง “วี ฟาวนด์ เลิฟ”
ดังนั้น เชอรีล โคล จะด้อยกว่าไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง หมายถึงต้องทำให้ดีกว่าให้ได้ ก็ต้องเน้นโปรโมตในด้านมิวสิกวิดีโอ ก็เน้นรูปร่างหน้าตาที่สุดแสนจะเซ็กซี่ของเธอ จะมีเสียอย่างเดียว ไม่รู้ใครออกแบบคอสตูมเสื้อผ้าให้เชอรีล โคล กางเกงที่เธอสวมมันพลิ้ว และออกลายแบบบาหลี บ้านๆ สุดแสนจะเชยส์ ดีแต่ว่า ช็อตหนึ่งของวิดีโอโปรโมตนั้น มีทิ้งทวนด้วยรอยสักที่โคนขาซ้ายใต้สะโพกและรูปร่าง ยั่วยวนชวนสิเน่หานั่นแล้ว ที่ช่วยค้ำยันอารมณ์ให้เพลิดเพลิน และจำต้องเรียกชื่อ เชอรีล โคลๆ อยู่อย่างมิวางวาย
“โอ ดีจริงๆ เชอรีล โคลๆ” ก็ต้องครางแบบยอมรับ
เพลงนี้เป็นผลงานการโปรดิวซ์และทั้งเหมาเขียนเนื้อ โดยโปรดิวเซอร์ชื่อดังชาวสกอต คาลวิน แฮริส

“Craziest Things”
คำพูดบางคำบางทีมันก็บ้าบอคอแตกโคตรสุด…แบบพูดไปแล้วก็น่าละอาย ถ้ากลับมาคิดย้อน
แทร็กนี้ เชอรีล โคล ฟีเจอริ่งกับสุดยอดอเมริกัน แรปเปอร์ วิล ไอ.แอม.(will.i.am) แบบไม่มีใครยอมใครเลยซิน่า แม้ว่าวิลจะเป็นตัวหลัก และเธอแค่ร้องท่อนประสานก็ตาม สองคนช่วยกันเขียนเนื้อ เพลงในลีลา ดับสเต็ป ตามสมัยนิยม ติดหูง่าย เสียงวิลสุดยอด กังวานใส
We say the craziest things
Like I love you, hate you, want you or hate you
I don't ever wanna see you again
We say the craziest things
We say the craziest things
Like I love you, hate you, want you or hate you
Don't ever come back again!

“Girl in the Mirror”
แทร็กนี้ออกในสไตล์แดนซ์ และ R&B เขียนเนื้อโดย จัสติน อับราฮัม เกรย์ และโซฟี สเติร์น โปรดิวซ์โดย แพนเธอร์ มีเนื้อหาว่าด้วยหญิงที่เพ่งมองตน ต่อช่วงเวลาที่ยุ่งยากในชีวิต

“A Million Lights”
ผลงานโปรดิวซ์ของทีมนักแต่งเพลงและทีมบันทึกเสียงในห้องอัดจากออสเตรเลีย “ดรีมแล็ป” เขียนเนื้อโดย แดเนียล เจมส์, เลห์ เฮย์วูด และลินดซ์
เชอรีล โคล ว่ามันเป็นเพลงที่ออกสำเนียงแบบอินดี้ ใกล้ๆ กับวงอัลเทอร์เนทีฟ Snow Patrol รุ่นพี่ที่เก๋ากว่า
ทั้งยังมีส่วนผสมผสานกับสไตล์เจ้าแม่มาดอนน่าอยู่ เริ่มต้นด้วยท่อน Verse ที่สวยงามแบบกลอนร่วมสมัย
I'm wondering how we fell through
Got a little too much in my head,
like I miss you
Each passing light reminds me
Nothing could lift me from the dark
till I found you
Every day goes running
with the same flow
But there's always something
Washed away

“Screw You”
ชื่อเพลงออกแสลงจั๊กจี้ใจ ร่วมงานกับแรปเปอร์อังกฤษเจอร์ไมน์ สก็อต หรือ Wretch 32 (บนเวที) ดนตรีแนวเออร์บัน มิวสิกยุค 80s อินโทรฯ เริ่มต้นเพลงด้วยสไตล์บัลลาดช้าๆ แล้วก็ต่อฮุกระทึก ด้วยเสียงอีเล็กโทร ซินธ์ฯ เพลงนี้โปรดิวซ์ฯ โดยทีมงาน “ฮาย เกรด” เขียนเนื้อกันหลายคน นำทีมโดย เมแกน โทมัสตัน และเพื่อนๆ
เพลงนี้แฟนๆ บนยูทูบ เมนต์อำไปถึงแอชลีย์ โคล อดีตคนรักเก่าของเชอรีล โคล อำสะเด็ดเช็ดสะเด่า แบบเมามันส์ปาก สนุกมาก

“Love Killer”
อีกเพลงในรูปแบบ ดับสเต็ป และจังหวะปานกลาง เสียงซินธ์ฯ ที่แตกพร่า เหมือนเอากระดาษทรายมาลูบสมอง-เสียงเบสที่เน้นความหนาบวม แต่ เชอรีล โคล ก็ร้องด้วยโทนเสียงที่ใสกิ๊ก ช่วยให้เพลงน่าฟังไปอีกแบบ เหมือนผิดปกติแต่ทว่าเพราะดีอยู่
เนื้อหาก็เกี่ยวกับเรื่องความรักที่สุดแสนจะงี่เง่า ต่อการตกหลุมรักใครสักคนแล้วไม่สมหวัง ดูเหมือนชีวิตจะจมปลักอยู่กับความหม่นหมองซะอีกแล้ว…(ว้าว)

“Ghetto Baby”
แปดเพลงแล้ว ฟังไปก็พอเพลิน พอได้… ถ้าใจรักชอบก็จะเพราะแหละ ใครก็ห้ามรสนิยมไม่ได้…
ใครที่วัยเลยแล้ว และไม่ชอบแนวๆ ก็นึกถึงรูปร่าง หน้าตาและจริตจะก้านคนร้องและริษยานักบอลแฟนเก่าของหล่อนไว้ จะเกิดมวลสารในใจให้ติดตามจนจบอัลบั้มได้ (ฮา)
ถึงแทร็กที่แปด “เด็กสลัม” เป็นไงฟังกันต่อ
เพลง R&B ในรูปแบบดนตรีซินธ์ฯ ป็อป ผสมผสาน ทริปฮอป ในจังหวะค่อนข้างช้า ในทศวรรษที่ 90 เพื่อนนักร้องอเมริกัน…ดานา เดน เรย์ มาแต่งให้ ฟังเพลินแบบสบายใจ

“Sexy Den a Mutha”
เพลงแดนซ์ที่จังหวะและเนื้อหาสนุกมาก บนฟลอร์เต้นรำจะ ระทึก เหวี่ยงกัน ด้วยเพลงนี้ และจะสุดฮิตฟิตระเบิด ฟันธง… แต่ถ้าฟังแบบสนุกตามประสาไทย ตอนท้ายเพลงมีลูกเอื้อนลูกคอ “โอ่ยยย…แม่อี่นางล่ะน้อยย…”อยู่ช่วงหนึ่ง อย่างกับได้นั่งฟังหน้าห้างหมอลำซิ่งกระนั้น(ฮา)
Sexy den a mutha mutha
Don't lose the key to my heart
Boy you lust
Like the devil double drum
That I bang bang bang
Don't let go of me

“Machanic of heart”
เนื้อหาของเพลงอยู่ในรูปแบบคลิเชที่เลี่ยนมาก ว่าด้วยเรื่องชายที่หญิงหักอก ก็ฟังเอาสนุกพอได้ ออกแนวเพลงบัลลาด R&B ร้องเอื้อนสำเนียงโหยหวนปิ่มจะขาดใจ ได้ลุ้น กับการประสานเสียง เสียงคีย์บอร์ด และโน้ตไลน์ อินโทรฯ เริ่มแรก และการเรียบเรียงเสียงประสานสุดเท่ ให้ความระทึก และชวนฟัง

“All Is Fair”
แทร็กสุดท้ายในอัลบัมปกติที่ไม่มีโบนัสแทร็ก เชอรีล โคล และทีมงานกลับนำเสนอแทร็กปิดท้ายด้วยรูปแบบ “Dark Song” ออกแนวหม่นไปเฉย ก็คงจะคิดว่า ออกแนวแดนซ์ระทึก เสียงดังและครื้นเครงมามากแล้ว ก็ขอปิดท้ายด้วยเนื้อหาที่มีความซาบซึ้ง หม่นรันทดให้เป็นที่จดจำเสียหน่อยก็ไม่น่าจะเสียหาย
ก็เอาเสียงเฮลิคอปเตอร์ หรือชอปเปอร์ปีกหมุนและเสียงระฆังในโบสถ์ตอนท้ายเพลง มาฟีเจอริ่งแทนเสียงศิลปินเป็นๆ การใช้เสียงประกอบแบบนี้เป็นเรื่องถนัดของดนตรีโปรเกรสซีฟมานานแล้ว ไม่แปลก…
เพลงนี้ก็สะเทือนใจดี ใช้ได้ ถือเป็นการปิดอัลบัมที่สมบูรณ์แบบทีเดียว
ก็ว่าถึงภาวะสงคราม ทหาร และการสูญเสีย เอ้า… แดนซ์ป็อป/ป็อปแดนซ์ ก็มีเนื้อหาทางการเมือง และเพื่อสังคมได้
เชอรีล โคล มอบให้แฟนๆ ของเธอที่เป็นทหารหาญโดยเฉพาะ
This is war
They don't really care about us
Don't play it by the rules
Got nothing left to lose
This is war
 



จากการฟังอัลบั้มนี้ สรุปได้ว่า ศาสตร์ แห่ง ป็อปแดนซ์ จะต้องก้าวหน้าไปอีกขั้น คือ หนึ่ง ท่าเต้นสวยๆ ของแดนเซอร์ และสอง-นักร้องนำเซ็กซี่ เต้นดีมียั่วยวน เปี่ยมเซ็กซ์แอปพีล เป็นตัวชูโรงหลักมิได้เลยตามท่าบังคับแล้ว สาม-ดนตรีเต้นรำได้นั้นของแท้แน่ล่ะ
เชอรีล โคล จะเพิ่มด้านเนื้อหาเพื่อความยุติธรรม เสมอภาค เพื่อสังคม ในแนวหม่นและเพิ่มด้านวุฒิภาวะเข้าไป ก็ไม่แปลก ถือเป็นการพัฒนาไปอีกขั้น แบบไม่มุ่งเน้นเข็นความเซ็กซี่ออกมาประโลมโลก/ใจแต่ถ่ายเดียว จนเกินงาม
ดนตรีแดนซ์ สไตล์ป็อปที่หลากหลาย อย่าง “มิลเลียน ไลต์” เปรียบเป็นอาหารก็คือจานยำ เป็นยำรสดี เพราะมีผู้ร่วมงานด้านโปรดิวซ์ฯ แบบมือฉมังครบทีม ทว่าคุมโทน คุมคอนเซ็ปต์ได้อยู่ จะให้ถึงระดับของแท้อย่าง “บียอนเซ่” หรือ “อีริกา บาดู” ที่เธอ เชอรีล โคล รับแรงบันดาลใจมาเต็มๆ ก็คงจะขาดไปครึ่งดาวสำหรับการไปอาจหาญท้ารบกับของแท้ต้นตำรับ
เชอรีล โคล นั้นผ่านการฝึกฝนและมีประสบการณ์กับวง Girls Aloud…แบบฮิปฮอป ป็อปแดนซ์ และมีสำเนียง R&B แบบคนขาวที่ผ่านการฝึกทักษะวอยซ์เทรนนิ่งมาอย่างดีแล้วก่อนเทิร์นโปร ความตั้งใจและจะเอาดีทางเสียงเพลง มากกว่าดารานางแบบก็มีและพัฒนาขึ้นโดยลำดับ นับแต่อัลบั้ม 3 Words (2009) และอัลบั้ม Messy Little Raindrops (2010)
สามดาวครึ่งครับ สำหรับอัลบั้ม “Million Light” ในปี 2012 นี้