Marsmag.net

10 ร้านแฮงเอาต์ในบรรยากาศสุดคูล


ร้านอาหารสุดคูลแห่งยุค ที่เราได้รวบรวมมาในวันนี้เป็นร้านที่เยี่ยมยอดในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม บรรยากาศและบริการ ซึ่งในช่วงนี้นับเป็นอีกห้วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ร้านอาหารเมืองไทยที่ ร้านอาหารกึ่งผับ หรือ Restaurant&Bar หมุนตัวเองให้ก้าวขึ้นอีกระดับ ไม่น้อยหน้า Fine dining เลยทีเดียว ไปดูกันว่าร้านเด็ดโดนใจที่เราเลือกมามีร้านอะไร ที่ไหนกันบ้าง

1. In The Mood For Love 
Sushi Bar & Bistro ชิกสุดโต่งแห่งนี้เป็นอีก Hip place ที่ทำให้หลายคนตกอยู่ในห้วงอารมณ์อินเลิฟกับความโดดเด่นของเรื่องราวโรแมนติกย้อนยุคฉบับฮ่องกงทรงเสน่ห์ด้วยเมนูฟิวชันเจแปนนิสเต็มขั้น แล้วแบบนี้จะถอนตัวไม่ให้รักยังไงไหว บรรยากาศของร้านอัดแน่นด้วยความทรงจำจากภาพยนตร์สร้างชื่อของผู้กำกับ หว่อง กาไว ซึ่งถูกแปลผันมาเป็นชื่อเก๋ๆ ของร้าน แถมยังเอาความโดดเด่นจากบรรยากาศฮ่องกงยุค 1960 มาถ่ายทอดเป็นธีมร้าน ไปจนถึงชื่อเมนูทั้งอาหารและเครื่องดื่มก็เข้าธีมไปด้วยกันซะหมด 


การนำบาร์มารวมไว้ในร้านนี้เป็นอะไรที่แปลกใหม่เพราะร้านอาหารทั่วไปไม่มีใครทำ โดยนำเอกลักษณ์ของเครื่องดื่มญี่ปุ่นอย่าง สาเก และโซจู มาทำเป็น “Cocktail's signature” เพื่อให้ดื่มง่ายได้รสชาติที่แปลกใหม่ และยังคงดีไซน์ค็อกเทลตัวใหม่ๆ ออกมาให้ลูกค้าได้เลือกลิ้มลองกัน เพราะทุกการดื่มเป็นความสุขที่มีเรื่องราวที่สัมผัสได้ ท่านสามารถมาสัมผัสความรู้สึกเหล่านี้ได้ที่ซอยสุขุมวิท 36

2. PAULANER GARDEN
คือร้านที่เปิดบริการเพื่อหนุ่มๆ สาวๆ ที่มีจิตใจรักการดื่มเบียร์โดยแท้ Paulaner Garden จัดแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนโอเพ่นแอร์ที่กว้างขวาง สบายตา สามารถนั่งรับลมได้ตลอดทั้งค่ำคืนแห่งความสุข ส่วนใครที่ขี้ร้อนก็ไม่เป็นไรเพราะมีโซนห้องแอร์บนบ้านไทยอายุเก่าแก่ไว้รองรับ การตกแต่งของร้านออกแนวคลาสสิกในสไตล์บ้านไทยโบราณ แต่ก็ประดับไว้ซึ่งธงบาวาเรียน อันเป็นสัญลักษณ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี อย่างแท้จริง ร้าน Paulaner Garden มีเบียร์หลากหลายชนิดไว้ให้ลองชิม 


อีกทั้งยังมีอาหารแนววาไรตี้ที่เป็นลูกผสมทั้งของไทย เยอรมันและนานาชาติ สำหรับคอเบียร์ก็จะมี Paulaner Original Munich Premium Lager เบียร์สูตรพิเศษดั้งเดิมแห่งเมืองมิวนิก และ Hefe-Weizen เบียร์กลิ่นผลไม้หอมสูตรพิเศษจากทางร้านสำหรับสาวๆ โดยเฉพาะ เบียร์การ์เด้นสไตล์เยอรมันแท้แห่งแรกของประเทศไทย ที่แยกถนนสามัคคีตัดใหม่ ถ.แจ้งวัฒนะ

3. DIBDIB kitchen & bar 
ร้าน Dibdip (ดิบดิบ) ตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์ Minimalist ความดิบสมชื่อยังคงสะท้อนจากแนวคิดการตกแต่ง ผนังปูนเปลือย และโครงสร้างลอฟต์ยังคงถูกยกมาเพื่อสอดรับกับอารมณ์โรงงานนิดๆ โกดังหน่อยๆ พื้นที่โล่งๆ แบ่งเป็น 2 โซนชัดเจนระหว่างบาร์กับร้านอาหาร ส่วนครัวเป็นแบบ Open Kitchen โดดเด่นด้วยซูชิบาร์ที่โชว์อยู่ด้านหน้าอันเป็นเมนูเด็ดดวงใจ อาหารของดิบดิบ ยังคงเป็นฟิวชันที่เจ้าของผู้เป็นเชฟครีเอตอาหารด้วยตัวเองผสานทั้งยุโรป-ไทย-ญี่ปุ่น ได้เลย


ตรงโซนบาร์ที่กว้างขวางและบรรยากาศสุดแสนชิลนั้นเหล่าบาร์เทนเดอร์ฝีมือฉกาจพร้อมที่จะแนะนำเครื่องดื่มที่เหมาะกับทุกอารมณ์และอาหาร ทั้งวิสกี้ สมูทตี้ ไวน์ เบียร์นำเข้า ทีเด็ดของร้านอยู่ที่ Signature Drinks ที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า He She It ค็อกเทลสามตัวสามสีสุดแจ่ม ที่ไม่จำกัดว่าต้องดื่มตามเพศเท่านั้น ที่ตั้งร้านจะอยู่ที่โครงการ Asiatique The Riverfront / Warehouse 10 E02 แวะไปชิมพร้อมชิลกันได้เลย

4. Mellow Restaurant & Bar 
การสรรหามื้อค่ำที่ดี กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่หนุ่มสาวชาวกรุงไลน์ถามหากัน หลายคนมักจะเลือกอาหารอิตาเลียน เพราะทานง่าย ขณะที่ญี่ปุ่นกลายเป็นเทรนด์ที่ยังน่าค้นหา แต่ยุคนี้คลาสสิกดิบๆ แบบอเมริกันก็มาแรงซะ คุณจะเชื่อมั้ยถ้าอารมณ์ทั้งหมดนี้หาได้ในมื้อเดียวที่นี่ไง “Mellow” 


การตกแต่งสไตล์นิวยอร์กผสานญี่ปุ่น เป็นการจับคู่วัฒนธรรมเข้มข้นสองขั้วมาละลายรวมกันอย่างลงตัว รวมทั้งสร้างความต่างให้ไม่จำเจกับร้านอื่นคือ “สาเก เยลลี” ถือเป็นพระเอกของร้านสร้างชื่อให้ลูกค้าจดจำ กลายเป็นกระแสบอกต่อๆ กันไปว่าต้องมาชิมที่นี่ให้ได้ ทั้งกลุ่มออฟฟิศ ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมดื่มสาเกกันมากๆ ด้วยรสชาติและราคาที่จ่ายได้ ตั้งอยู่ที่โครงการ Penny's Balcony ทองหล่อ 16 ใครสนใจก็สามารถแวะไปชิม สาเก เยลลี กันได้

5. HOBS
ฮิตจริงอะไรจริง ก็ต้องเบียร์สดนำเข้าโดยเฉพาะต้นตำรับเฉพาะอย่างเบลเยียม Hoegaarden Stella กลายเป็นชื่อสามัญที่คอเบียร์คุ้นเคยและเพรียกหา ซึ่งคนที่จุดประกายกระแสร้านเบียร์สดหัวนอกจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก HOBs : House of Beers ที่สุขุมวิท ซอย 1 สาขาหลักของบริษัท ฮอบส์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด เป็นร้านที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมการทานอาหารและดื่มเบียร์ในแบบของชาวตะวันตก ซึ่งมักจะมีกิมมิกเล็กน้อยที่ร้านเบียร์ในเมืองไทยขาดไป เช่น การเก็บรักษา อุณหภูมิ เรื่องของฟองเบียร์ และการรินเบียร์ที่ถูกต้อง


ตอนนี้เทรนด์เบียร์สไตล์ HOBS กำลังนิยมมาก ใครๆ ก็หันมาสร้างร้านน่านั่งบรรยากาศดีๆ ที่มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เสิร์ฟพร้อมเพลงสบายๆ จากผลตอบรับของลูกค้าที่มีต่อเบียร์เบลเยียมถือว่าดีมาก ถ้าเรารักษาอุณหภูมิได้พอดีก็ยิ่งอร่อย ทำให้ลูกค้าติดใจมาใช้บริการกันจนแน่นร้าน

6. FIRE & DINE
แหล่งแฮงเอาต์สุดเทรนดี้ที่นาทีนี้ใครต่อใครก็ชวนกันไปลิ้มลอง เพราะทุกอย่างมันช่างเหมาะเจาะลงตัวไปซะหมดไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศดีๆ เจือกลิ่นอาย Modern Industrial และสุดยอดอาหารรสชาติถูกปากกันแบบ Asian European Fusion คอนเซ็ปต์ร้านที่ผสานเสน่ห์ของความเก่าแต่เก๋ารูปแบบโกดัง หรือ warehouse เมื่อเข้าไปในร้านจะรู้สึกถึงความเป็นร้านแฮงเอาต์ผสานร้านอาหาร ไวน์บาร์กลางร้านพร้อมสตูลบาร์ล้อมรอบคือตัวเด่นที่ตั้งใจโชว์ 


มีดนตรีสดบรรยากาศสบายๆ ไวน์คุณภาพดีจากทั่วโลก เบียร์สดจากเบลเยียม Hoegaarden และ Stella Artois ไปจนถึงค็อกเทลสูตรพิเศษให้เลือกสั่งเลือกดื่ม ร้าน FIRE & DIRE Bar n' Restaurant ตั้งอยู่ที่โครงการ Asiatique The Riverfront/Warehouse 10

7. WINE I LOVE YOU
นับเป็นไวน์บาร์อีกแห่งหนึ่งที่มาแรงแซงทางโค้งด้วยบรรยากาศแจ่มแจ๋ว และการตกแต่งในคอนเซ็ปต์แบบกึ่งๆ ไอริชผับ อีกทั้งยังมีกลิ่นอายของไวน์ เซลล่า คล้ายกับว่าคุณกำลังนั่งจิบไวน์อยู่ในห้องดินเนอร์สุดหรู คุณสามารถนั่งทานอาหารพร้อมดื่มไวน์รสชาติเยี่ยมๆ จากนานาประเทศได้อีกด้วย แม้จะมีชื่อว่า Wine I love you ก็ตาม แต่ราคา Wine ที่นี่อยู่ระหว่าง 680 บาท ถึงแพงที่สุด 1,950 บาท เท่านั้น ที่นี่มีไวน์มาจากทั่วโลกไว้ให้เลือกว่าอยากดื่มแบบไหน


พร้อมกับเมนูอาหารฟิวชันที่ทางร้านพยายามทำให้สามารถดื่มคู่กับไวน์ได้ทุกชนิด เมนูฉบับเต็มที่มีทั้งหมดถึง 160 เมนูเป็นอาหารที่เชฟคนไทยเป็นคนคิดสูตรเองทั้งหมด จึงทำให้รสชาติอาหารเป็นอาหารฟิวชันที่ถูกปากคนไทยแน่นอน แวะเวียนไปที่ร้านได้ที่ตึก CDC ตึก E ถ.เอกมัย-รามอินทรา บรรยากาศดี ราคาถูก ทำให้ที่นี่เป็นไวน์บาร์ที่คนพูดถึงมากที่สุด

8. Little Beast
อยู่ที่ทองหล่อ ซอย 13 เป็นความล้ำและสดใหม่ที่น่าไปโดนมากๆ กับร้านน้องใหม่สุดจี๊ดแห่งวงการ Gastro Bar เมืองไทยอย่าง Little Beast ที่จับกลิ่นอายเท่ๆ ของอเมริกันช่วงปี 1920 มาเขย่ารวมกับเมนูฟิวชันร่วมสมัย ด้วยจุดประสงค์ที่อยากสร้างร้านให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขเล็กๆ ของการกินดื่มที่ทุกคนร่วมกันแชร์ ทำให้ร้านนี้อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ และกลิ่นอายแห่งความสุขฉบับ Gastro Bar เน้นการพรีเซนต์ความอร่อยผ่านทางเทคนิคและลูกเล่นล้ำๆ 


เฉพาะตัวของเมนูฟิวชันอเมริกัน-ฝรั่งเศส ที่มีให้เลือกไม่มากแต่อร่อยเป๊ะทุกเมนู พร้อมบาร์น้ำประจำการรอเวลาโชว์ไทม์ประดิดประดอยค็อกเทลสีสวยพร้อมเสิร์ฟตลอดมื้ออร่อยให้นั่งเพลินกันไปยาว ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่นิยมสรรหาที่แฮงเอาต์ดีๆ ในคืนวันศุกร์-เสาร์ ส่วนวันอาทิตย์จะเป็นกลุ่มครอบครัวที่รวมตัวเติมความสุขพร้อมหน้า

9. THE GARRET SECRET BISTRO BAR
ร้านอาหารสไตล์อเมริกันบนดาดฟ้าของ Mini Showroom ซอยสุขุมวิท 63 ที่มาพร้อมกับบรรยากาศแสนโรแมนติก นั่งเล่นชมดาวภายในห้องใต้หลังคากระจกใส ร้านตกแต่งสไตล์วินเทจสวยหวาน ในส่วนของ Dining แต่ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นบาร์ขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่จดเพดาน ส่วนท่านที่ไม่ชอบแอร์เย็นฉ่ำในห้องกระจก อยากจะสัมผัสสายลมและกลิ่นอายธรรมชาติ ก็แค่เปิดประตูออกสู่โซนเทอร์เรซ ที่คุณอาจเผลอคิดว่านั่งอยู่ในสวนสวยๆ


ในส่วนอาหารเป็นการรวบรวมเอาอาหารเด่นๆ ของแต่ละชาติมาดีไซน์ใหม่ในสไตล์อเมริกัน และสาหรับชาวปาร์ตี้ทั้งหลาย The Garret เสิร์ฟความสุข ทั้งนักดื่มไวน์ เบียร์ และค็อกเทล ปาร์ตี้มีได้ทุกวันที่ The Garret Secret Bistro Bar

10. Mix Chiang Mai กินดื่มแบบเอเชียสุดแนว
ขึ้นแท่นตำแหน่งร้านอาหารฮิตติดอันดับต้นๆ แห่งเชียงใหม่ เรียกว่า 1 ใน 5 ที่ให้นึกถึงแน่นอนต้องมีชื่อ Mix Restaurant & Bar Chiang Mai รวมอยู่ด้วย สิ่งที่ต้องชื่นชมเลยคือการนำเอาอารยธรรมย้อนยุคของเอเชียที่เป็นที่รู้จักน่าสนใจมาร้อยเรียงกับคอนเซ็ปต์ร้านอาหารได้อย่างลงตัว รูปลักษณ์ของร้านเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ ที่มีการนำเอาศิลปะสไตล์ Contemporary Asian และ Oriental Touch มาเติมแต่งเป็นร้านอาหารสุดชิก


อาหารที่นี่จะเน้นรสชาติตำรับดั้งเดิมของเมนูเด็ดจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจีน ไทย อินเตอร์ พูดง่ายๆ ว่าแยกเป็นครัวเอเชียและครัวยุโรป ต้องทำให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของต้นตำรับ แต่รูปแบบการพรีเซนต์เป็นแบบโมเดิร์น เน้นหนักเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่สดใหม่ ปริมาณลูกค้าที่มาอุดหนุนกันหนาแน่นแทบทุกวัน หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ก็อย่าลืมแวะไปที่ร้าน Mix Chiang Mai ได้ อยู่ที่ซอย 1 ถ.นิมมานเหมินทร์ เชียงใหม่
ขอบคุณข้อมูลจาก Thailand Restaurant News