Marsmag.net

'โปรดส่งใครมารักฉันที' กับศิลปะร้อนแรง วิพากษ์สังคมการเมือง


นับตั้งแต่หนังเรื่อง “รถไฟฟ้า มาหานะเธอ” เข้าฉาย เพลงอย่าง “โปรดส่งใครมารักฉันที” ก็เข้าไปอยู่ในหูและความทรงจำของคนส่วนใหญ่ในประเทศ แน่นอนว่า บุคคลที่เป็นต้นหนของบทเพลงดังกล่าวก็คือ “ปาล์ม-ปรียวิศว์ นิลจุลกะ” หรือที่รู้จักกันในนามสั้นๆ ว่า “ปาล์ม อินสติ๊งท์” หนึ่งในสมาชิกของวงดนตรี Instinct

และก็เป็น “ปาล์ม อินสติ๊งท์” คนนี้นี่เองที่รวมตัวกับเพื่อนอีกสองคน คือ Toon Bud Chalarm และ Aof Smith ในนามของศิลปินกลุ่ม Ecstasy จัดนิทรรศการ โชว์งานศิลปะซึ่งปาล์มอธิบายว่า “เข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองช่วงนี้อย่างเหมาะเจาะ”

“หลายต่อหลายครั้งที่เราไม่สามารถปฏิเสธถึงเหตุการณ์ทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและจิตใจ จนเกิดเป็นแรงขับเคลื่อนในการดำรงชีวิต เช่นนั้น ศิลปินหรือคนทำงานศิลปะคงไม่ต่างจากคนทั่วไป ที่จะนำเรื่องราวที่ได้รับรู้ ได้พบเห็นในชีวิตจริง มาสร้างสรรค์ผลงาน และในความพิเศษของศิลปะ ประเด็นต่างๆ จึงถูกปรับให้ปรากฏใหม่เป็นภาพเสมือนเหตุการณ์นั้นผสมผสานกับแนวความคิดของศิลปินตามแต่จะเสกสรรค์และบอกกล่าวผู้ชม

“ไม่ว่าจะเป็นมุมมองของความตลกร้ายมากมายที่มีอยู่รอบๆ ตัวเราในสังคมของ Toon Bud Chalarm ที่นำเสนอผลงานจิตรกรรมกึ่งนามธรรม ลดทอนรูปทรง ราวกับกำลังแสดงความชินชาต่อความเป็นเมืองในสังคม หรือจะเป็นลักษณะของการหยิบใช้สัญลักษณ์ต่างๆ ทางสังคมมาใช้ของ Palm Instinct ในแบบทีเล่นทีจริง แต่กลับหยอกล้อไปกับเหตุกาณ์ที่เราทุกคนสามารถพบเจอในชีวิตประจำวันได้ และAof Smithที่นำเสนอการเปลี่ยนแปลงของสังคมโดยทำให้วัตถุที่เป็นของนอกกายกลายเป็นสิ่งจำเป็นและมีคุณค่ามากกว่าจิตใจมนุษย์”

นั่นคือคำแถลงการณ์โดยย่อของกลุ่มศิลปินหนุ่ม ซึ่งสำหรับผู้สนใจงานชุดนี้ สามารถรับชมกันได้แบบเต็มตา งานจะจัดขึ้นในศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2556 เวลา 18.00-22.00 น.นิทรรศการระหว่างวันที่ 6 ธันวาคม -20 ธันวาคม 2556ณ Brown Sugar Playhouse ชั้น 2 ถนน พระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ติดต่อสอบถาม 087-551-0791 , 081-805-7759

แต่ ณ บัญชรนี้ เราขอนำภาพตัวอย่างและแนวความคิดที่อยู่ข้างหลังภาพมาฝากกันก่อนสักเล็กน้อย
1. “ใครเลวชั่วรู้หมดแต่ทำนิ่ง
รู้ใครฆ่าใครยิงก็ยิ่งเฉย
ใครแอบขายใครแอบซื้อปล่อยแม่งเลย
ใครเค้าเผยเรื่องจริงให้รู้กัน
ได้แต่ยืนงงงงปลงกับฟ้า
ปล่อยพวกบ้าบ้าต่อไปให้สุขสรรค์
ใส่หน้ากากกันเข้าไว้เพื่อความมันส์
ให้โลกนี้พัลวันกันต่อไป…HU HU HU”
(Palm Instinct)


2. “การเดินทางของชีวิตคงไม่มีวันสิ้นสุดสิ่งที่เราได้พบเจอรู้สึกสัมผัสอาจสุขทุกข์บ้างปะปนกันไปแต่เมื่อมองสภาพเเวดล้อมรอบกายที่เป็นเหตุปัจจัยสำคัญ…ทำให้เกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจทั้งสังคมที่แปลเปลี่ยนไปทุกวันตามยุคสมัยที่เกิดขึ้นเมื่อมนุษย์ถูกครอบงำจากสภาวะวัตถุรอบกายคุณค่าของเงินยิ่งใหญ่เสียกว่าจิตใจมนุษย์ เสมือนการเดินแต่ละเก้าถูกดึงดูดเข้าไปในห้วงของความสุขจอมปลอมที่ไม่มีจริง

“เมื่อมนุษย์อ่อนแอลงทุกทีสังคมศาสนาที่ขาดการไตร่ตรองยับยั้งชั่งใจ
“ภาพสะท้อนของสิ่งแวดล้อมรอบกายในสังคมปัจจุบันส่งผลถึงภาวะทางอารมณ์ของข้าพเจ้า จากการเฝ้ามองรับรู้สัมผัสส่งผลต่อความรู้สึกอดกลั้นกดดันและบางบางครั้งก็ยิ้มกับมันหากเพราะไม่ใช่เกิดจากความสุขเพียงแต่สมเพชกับการกระทำที่คนในปัจจุบันไม่ให้เกียรติตนเองและสังคม เรื่องราวที่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นข้าพเจ้าเพียงต้องการถ่ายทอดผ่านงานจิตรกรรมเสมือนการทำหน้าที่เก็บเรื่องราวบันทึกความทรงจำสู่ความรู้สึกภายในที่เชื่อมต่อความจริงในปัจจุบัน”
(Aof Smith)



3. “ข้าพเจ้านำเสนอมุมมองของข้าพเจ้าที่มีต่อสังคม สะท้อนเรื่องราวเนื้อหาในบริบทของคนเมือง เหตุการณ์อันล่อแหลมในสังคม เรื่องราวตลกร้ายที่มีอยู่ในสังคมยุคปัจจุบันนี้ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนหลายคนชินชาจนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา….ธรรมดา!?!.. และปล่อยความรู้สึกเสมือนจะเข้าใจแต่ไม่เคยทำความเข้าใจเลยแม้แต่นิด….หลายครั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นๆ ผู้คนต่างให้ความสนใจเพียงแค่สื่อประโคมข่าว และหลังจากนั้นเพียงไม่นาน เรื่องราวที่เคยกระทบใจอย่างหนักหน่วงนั้น….ก็ได้ถูกลืมเลือนจากสังคมไป”
(Toon Bud Chalarm)