Marsmag.net

ทวนประวัติศาสตร์ สไปเดอร์แมน ในมุมที่คุณอาจไม่เคยรู้


เขาคือตำนานผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัย และยิ่งไปกว่านั้นสำหรับบางคนพอลืมตาดูโลกปุ๊บก็เห็นไอ้แมงมุมชักใยไล่จับผู้ร้าย มันก็เลยพลอยเป็นต้นแบบฮีโร่ในดวงใจตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ…สไปเดอร์แมน…

และหากจะเล่าถึงจุดเริ่มต้นของสไปเดอร์แมนก็ต้องย้อนเวลากลับไปราว 50 กว่าปีที่แล้ว เมื่อค่ายการ์ตูนยักษ์ใหญ่อย่าง Marvel Comic ได้สร้างประวัติศาสตร์หนังสือการ์ตูนฮีโร่เล่มแรก Amazing Fantasy ให้เราได้รู้จักเหล่าผู้พิทักษ์คุณธรรมเหนือมนุษย์ทั้งหลาย รวมถึง “Spiderman” ไอ้แมงมุมที่คอยปรากฏกายปราบผู้ร้ายภายใต้ชุดสีแดง-น้ำเงิน แสนคลาสสิก อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน

ขณะที่ Stan Lee นั่งแท่นบรรณาธิการ ณ ตอนนั้น เขามีไอเดียที่จะเจาะกลุ่มคนอ่านวัยทีน ก็เลยมีความคิดที่จะสร้างสรรค์ตัวละครขึ้นมา เพื่อให้เป็นตัวแทนของเหล่าเด็กวัยรุ่น “ไอ้แมงมุม” จึงถือกำเนิดเป็นรูปเป็นร่างครั้งแรกในหนังสือการ์ตูนเรื่อง The Amazing Spider man ตั้งแต่บัดนั้น โดยที่ทั้งหมดนี้อาศัยแรงบันดาลใจจากตัวละครที่ชื่อ The Spider ฮีโร่สวมหน้ากากในชุด The Spider's Web ที่ตีพิมพ์ในช่วงปี 1930-1940 และการที่เห็นแมงมุมตัวเป็นๆ เดินไต่อยู่บนกำแพง

หลังจากโลดเล่นชักใยอยู่ในหน้ากระดาษซะหลายปี ในปี 1977 ไอ้แมงมุมฉบับคนแสดงก็ออกมาวาดลวดลายครั้งแรกในชื่อเดียวกันกับฉบับการ์ตูน (The Amazing Spider man) โดยมีทั้งแบบซีรีส์และแบบภาพยนตร์ แต่ต่อมาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางเทคนิคที่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเกินความอัศจรรย์ หรือเรื่องความนิยมก็ตามแต่ สไปเดอร์แมนที่เป็นมนุษย์จริงๆ ไม่ใช่กระดาษก็ปิดฉากลง และไม่มีการสร้างขึ้นอีกเลยจนกระทั่ง…

Sony Picture ผู้ถือสิทธิในการสร้างสไปเดอร์แมนตัดสินใจจ้าง Sam Raimi มากำกับหนัง Spiderman ในปี 2000 และออกฉายทั่วโลกในปี 2002 ถือเป็นการเปิดฉากศักราชใหม่ให้กับยอดมนุษย์แมงมุมอีกครั้ง เพราะสไปเดอร์แมนฉบับ Toby Maguire แสดงเป็น Peter Parker ชักใยอยู่นานถึง 5 ปี ตั้งแต่ภาค 1 ภาค 2 ภาค 3 ไล่เรื่อยมาจนปี 2007 กวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 2.5 พันล้านเหรียญ จากทุนทั้งสิน 600 ล้านเหรียญ เรียกได้ว่ากลายเป็นหนังที่ดูมีอนาคตสำหรับ Sony Picture ในการสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทว่าแม้จะคาดการณ์กะให้มีภาค 4 ภาค 5 ออกมา กระนั้นในปี 2010 ก็ต้องเป็นอันพับเก็บไป เมื่อผู้กำกับ Sam Raimi มีความคิดเห็นเรื่องทิศทางไอ้แมงมุมคนละเส้นกับทาง Sony Picture ผู้สร้าง

ทำท่าคล้ายจะตายลงอีกรอบแต่ฮีโร่แมงมุมจอมอึดก็กลับมาอีกครั้งใน The Amazing Spiderman ของผู้กำกับ Marc Webb แสดงนำโดย Andrew Garfield และนี่ก็คือทั้ง 3 ครั้งที่งานการ์ตูนชุด The Amazing Spiderman ถูกหยิบมาสร้างเป็นภาพยนตร์ที่มีคนเป็นๆ ปีนป่าย ห้อยโห่ แสดงให้เราดู แต่ในระหว่างที่เรานิยมเสพไอ้แมงมุมจากฝั่งฮอลลีวูด ยังมี Spiderman อีกหนึ่งเวอร์ชันที่ควรค่าแก่การจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน

นั้นก็คือ Spiderman เวอร์ชันยอดมนุษย์แปลงร่างของญี่ปุ่น

แน่นอนว่าต้องเกิดคำถาม? ว่ามันเกิดอะไรกันขึ้นกับพ่อฮีโร่แมงมุมของเรา ถึงได้ไปโผ่ลอยู่ในนั้นได้ เรื่องของเรื่องก็คือว่า ในช่วงยุค 70s บริษัท Toei บริษัทผลิตสื่อบันเทิงยอดฮิตของประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นต้นกำเนิด ไอ้มดแดง ขวบนการ Sentai 5สี หุ่นยนต์ยักษ์ Red Baron ได้ลิขสิทธิ์จาก Marvel Comic ให้สามารถเลือกหยิบเอาตัวละครใดก็ได้จากทางค่ายมารีเมกในแบบของตัวเอง และ Spiderman ก็คือยอดมนุษย์จากอเมริกาที่ได้รับการคัดเลือก

ถึงตรงนี้แม้เราดูแล้วจะรู้สึกแปลกๆ อยู่ไม่น้อย กับ Spiderman ญี่ปุ่นเวอร์ชัน ไม่ว่าจะเรื่องความเชย เรื่องเทคนิค แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ไอ้แมงมุมที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะมันก็อาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ Spiderman เวอร์ชันอื่นๆ ชักใยกันออกมาเพ่นพ่านเต็มบ้านเต็มเมือง อย่างที่ล่าสุดกับโปรเจกต์รวมสายพันธุ์ครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาตร์ “Every Spiderman Ever Spider Verse” ที่เราจะได้เห็นทั้งพันธุ์แท้ พันทาง เวอร์ชันอเมริกา เวอร์ชันญี่ปุ่น สไปเดอร์แมนสีดำที่ชื่อวีนอม, สไปเดอร์แมนที่ลืมชุดอย่าง Bagman Iron Spider, สไปเดอร์แมนที่ Tony Stark ทำชุดให้, Ben Reilly โคลนนิ่งของสไปเดอร์แมน, Blood Spider สไปเดอร์แมนที่ Red Skull สร้างขึ้นมา, สไปเดอร์แมน 6 แขน Six Arm Spidey ฯลฯ เรียกได้ว่าทั้งหมดที่เคยมีมาก็ว่าได้ แต่ว่าเรื่องราวจะออกมาเป็นยังไง เนื้อเรื่องเป็นแบบไหน ก็สุดที่จะจินตนาการ

เอาเป็นว่าถ้าเห็นไอ้แมงมุมในชุดประหลาดๆ ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะถึงอย่างไรก็เป็นพี่น้องสายพันธุ์เดียวกัน และที่สำคัญคือเป็นฮีโร่ในดวงใจตลอดกาลอยู่ดี หรือไม่จริง




ขอบคุณคลิป จากรายการ Viewfinder ช่องซูเปอร์บันเทิง


อัปเดตหลากหลายเรื่องราวข่าวสาร สาระบันเทิงได้ที่แฟนเพจ mars magazine