Marsmag.net

‘ลูกบาส กนกพร’ จากพยาบาล สู่เส้นทางสายนางแบบ

‘ลูกบาส-กนกพร คำวันสา’ เรียนจบคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แทนที่เธอจะเลือกอาชีพพยาบาล ซึ่งครอบครัวอยากให้เป็นและเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่หลังสวมชุดพยาบาลอยู่ราวสองปี เธอตัดสินใจเดินขึ้นเวทีประกวดนางแบบ การคว้าตำแหน่งจากการประกวดครั้งนั้น ทำให้เธอยิ่งมั่นใจในเส้นทางสายนางแบบที่เธอเลือก และเต็มที่กับงานถ่ายแบบ …นี่เป็นหนึ่งในการตัดสินใจเลือก ที่สร้างความแปลกใจให้กับทีมงาน mars ระหว่างพักการถ่ายแฟชั่นเพื่อพูดคุยกับเธอ ยังมีอีกหลายเรื่องที่รอสร้างความแปลกใจ ทั้งเรื่องความรัก จากหญิงรักชาย สู่หญิงรักหญิง ลองไปพูดคุยกับเธอพร้อมๆ กัน


เรียนจบพยาบาล แต่ทำไมถึงเลือกเดินสู่เส้นทางสายนางแบบ

จบปีสองปีแรกลูกบาสก็เป็นพยาบาลอยู่นะคะ หลังจากนั้นรู้สึกว่าชีวิตมันต้องมีอะไรมากกว่านี้ เลยลองไปประกวดเป็นนางแบบดู ปรากฏว่าได้ตำแหน่งมา ก็เลยลองมาเป็นนางแบบดู ปีกว่าๆ เริ่มเบื่ออีกแล้ว จากนั้นผันตัวเองมาเป็นเซลขายยา และรับงานถ่ายแบบบ้างบางครั้ง

ตอนเรียนพยาบาลได้รับทุนเรียนฟรีด้วยใช่ไหม

หนูเป็นนักเรียนเรียนดี ได้ที่สองของโรงเรียน เลยได้รับทุนเรียนฟรีค่ะ เป็นทุนของธนาคารแห่งหนึ่งให้เรียนจนจบ แต่จบมาแล้วไม่ต้องใช้ทุนคืน ไม่ต้องมีหนี้มีสินค่ะ


อาชีพพยาบาลกับนางแบบ ดูเหมือนภาพลักษณ์จะต่างกันอย่างมาก

ด้วยภาพลักษณ์ที่ต่างกัน อาชีพพยาบาลจะต้องดูเรียบร้อย อยู่ในกฎในเกณฑ์ ผิดกับอาชีพนางแบบที่ต้องมีอะไรวับๆ แวมๆ ก็เลยมีผลกระทบบ้าง


ตอนเป็นพยาบาลมีหนุ่มๆ มาจีบเยอะไหม มีเคสอะไรแปลกๆ ที่อยากเล่าให้ฟังบ้าง

มีค่ะ อย่างมีคนไข้จีบ หายป่วยเป็นอาทิตย์สองอาทิตย์แล้วไม่ยอมกลับบ้าน ยังมาขอถ่ายเซลฟี่ด้วย เราต้องบอกคนไข้กลับบ้านได้แล้วค่ะ ให้คนอื่นเขาเข้ามาบ้าง (หัวเราะ)


นาทีที่ตัดสินใจเลิกเป็นพยาบาล ครอบครัวว่ายังไง

ครอบครัวอยากให้เป็นพยาบาล เพราะอาชีพนี้ค่อนข้างมั่นคง แต่เรามีความเป็นตัวของตัวเองสูง เชื่อในความคิดของตัวเองว่าเราจะเลือกเส้นทางนี้นะ เราอยากเป็นนางแบบนี่แหละ เราก็ต้องไปให้เต็มที่ และอีกอย่างวิชาชีพพยาบาลมันติดตัวเราไปตลอดชีวิต เรามีใบประกอบวิชาชีพอยู่แล้ว จะกลับมาทำตอนไหนก็ได้ ฉะนั้นพอเลือกจะมาเป็นนางแบบก็เลยต้องเต็มที่กับตรงนี้ก่อนค่ะ


ความต่างระหว่างการเป็นพยาบาลกับการเป็นเซลขายยา

อาชีพพยาบาลต้องมีตารางเวลาและหน้าที่รับผิดชอบแบบค่อนข้างตายตัวเป๊ะๆ แต่ด้วยความที่เราอยากมีเวลาเป็นของตัวเอง อยากไปทำนู่นนี่บ้าง ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นตัวแทนจำหน่ายยา ซึ่งสามารถกำหนดเวลาให้ตัวเองในการที่จะทำอะไรต่างๆ ที่อยากทำได้ ขอให้เราทำงานของเราเสร็จตรงตามที่บริษัทตั้งไว้ แล้วเราก็ไปทำอย่างอื่นได้


ชอบและคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จกับการเป็นเซลขายยาขนาดไหน

รู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จและชอบอาชีพนี้มากๆ เพราะเราสามารถแบ่งเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวได้ เป็นตัวของตัวเองได้โดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ ขอเพียงเราทำงานของเราให้เสร็จเท่านั้น


คุยเรื่องความรักบ้าง ได้ข่าวว่าเป็นหญิงรักหญิง ก่อนหน้าเคยรักชายมาก่อนหรือเปล่า

บาสเคยคบกับผู้ชายมาก่อน แต่รู้สึกว่าผู้ชายยังดีไม่พอ ยังไม่ใช่สำหรับเรา ก็เลยลองมาคบหญิงดูบ้าง ซึ่งผู้หญิงเขามีความเข้าใจเรามากกว่า ใส่ใจเรามากกว่า เช่นเวลาที่มีปัญหาเขาจะรู้ว่าจุดนี้จะแก้ไขยังไง รู้ว่าเราต้องการอะไร เราจะมีความสุขกับเขามากกว่าค่ะ


ทางครอบครัวว่ายังไง

มีถามบ้างว่าทำไมถึงคบผู้หญิง ก็บอกเหตุผลไปว่าคบแล้วมีความสุขมากกว่าคบผู้ชาย ทางครอบครัวก็เข้าใจ แต่ต้องใช้เวลานิดหนึ่ง เพราะทางครอบครัวตั้งความหวังไว้เหมือนกันว่าในอนาคตจะมีครอบครัว มีลูกอย่างไร ซึ่งเราก็คุยกับแฟนเหมือนกัน แฟนมีน้องชาย อาจจะทำกิฟต์ไหม หรือจะรับลูกบุญธรรมมาเลี้ยงดู หรือถ้าอยู่กันสองคนโดยไม่มีลูกไปจนบั้นปลายชีวิตได้ ก็ไม่ต้องมี อาจจะใช้เวลาไปท่องเที่ยวรอบโลกด้วยกัน