31 ส.ค. 2569

STYLE

Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว

เมื่อโลกเปลี่ยนทุกอย่างต้องหมุนตาม ไม่สามารถยึดมั่นเพียงความเร็วแบที่เคยเป็นได้ ดังนั้น Bugatti จึงจำเป็นต้องสร้างความแปลกใหม่ด้วย Bugatti Mistral roadster สำหรับ Mistral มีส่วนร่วมการดีไซน์อย่างมากกับ Chiron หากมองเผินๆทั้งสองรุ

Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว
Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว

เมื่อโลกเปลี่ยนทุกอย่างต้องหมุนตาม ไม่สามารถยึดมั่นเพียงความเร็วแบที่เคยเป็นได้ ดังนั้น Bugatti จึงจำเป็นต้องสร้างความแปลกใหม่ด้วย Bugatti Mistral roadster สำหรับ Mistral มีส่วนร่วมการดีไซน์อย่างมากกับ Chiron หากมองเผินๆทั้งสองรุ่นมีความเหมือนที่ค่อนข้างคล้ายกันมาก แต่สำหรับ Bugatti เขามีความกระตือรือร้นที่จะชี้ให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้สร้างรถขึ้นมาง่ายๆ เหมือนกับเอาเลื่อยตัดเหล็กขึ้นไปบนหลังคาเท่านั้น แต่ทีมงานยังออกแบบใหม่ในทุกมิติเพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง

Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว
Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว

ด้านหน้าของMistralใช้ลวดลายแนวตั้งมากกว่า Chiron ด้วยไฟหน้าแบบเรียงซ้อนและกระจังหน้าเกือกม้าที่ลึกและกว้างกว่าซึ่งคล้ายกับรุ่นพิเศษอย่าง Divo หรือ La Voiture Noire กระจกบังลมและขอบกระจกด้านบนให้เอฟเฟกต์'กระบังหน้า' อย่างแท้จริง ซ่อนเสา A และให้การตีความที่ทันสมัยของ 'Grand Raid' Type 57 ซึ่งเป็นรถเปิดประทุนปี 1934 ที่ Gangloff ครอบครอง และ Grand Raid ยังให้โทนสีสำหรับ Mistral รุ่นแรก ซึ่งเป็นสีดำที่อบอุ่นพร้อมการเน้นสีเหลือง นั่นเป็นการแสดงความเคารพต่อ Ettore Bugatti ที่เลือกสีเหลืองและสีดำสำหรับรถยนต์หลายคันของเขาเอง

Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว
Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว

แน่นอน รถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการเลือกสีในทุกเฉดตามที่ต้องการ โดยรุ่นเปิดตัวจะแสดงเป็นสีน้ำเงิน Chiron สีดำและสีขาว มาดูในส่วนของอากาศพลศาสตร์นั้น Bugatti จัดการกับกระแสลมอย่างดี โดยลมถูกแยกออกอย่างระมัดระวังด้วยแอโรที่ชาญฉลาด ช่องรับอากาศของเครื่องยนต์ตอนนี้ตั้งอยู่บนหลังคา ด้านหลังศีรษะของผู้โดยสาร ซึ่งจะทำให้อากาศด้านข้างว่างสำหรับออยล์คูลเลอร์ ไฟท้ายที่เป็นรูปตัว X จะใช้ช่องว่างด้านลบระหว่างช่องดึงลม เข้าไประบายอากาศที่หม้อน้ำด้านข้าง แม้แต่ไฟหน้าก็มีช่องว่างระหว่างแถบ LED ซึ่งระบายอากาศผ่านซุ้มล้อเพื่อปรับปรุงเพื่อลดความร้อนของเบรกและลดแรงต้านทางด้านหน้าอีกด้วย

Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว
Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว

หากเราเปิดฝากระโปรงจะเห็นอะไร? แน่นอนคุณจะพบว่าระบบส่งกำลัง ระดับ Super Sport ที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังคนขับ นั่นคือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ของ Bugatti ซึ่งให้กำลัง 1600 แรงม้า (1,578bhp) Bugatti ตั้งเป้าที่ความเร็วสูงสุด 261 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่รถเปิดประทุนที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใช่เรื่องเหลวไหลว่า Bugatti Mistral roadster จะทำไม่ได้

Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว
Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว

ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายว่านี่คือการติดตั้งเครื่องยนต์อย่างเดียวบนรถ Bugatti รุ่นสุดท้าย เพราะหลังจากจะเข้าสู่ยุคของระบบไฮบริด ในฐานะหัวหน้าฝ่ายออกแบบ Achim Anscheidt ได้ยอมรับว่า'ฉันสามารถยืนที่นี่และพูดคุยเกี่ยวกับการออกแบบทั้งหมดได้ แต่หากไม่มีเครื่องยนต์ W16 รถคันนี้ไม่มีจุดขาย!' แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีคำทิ้งท้ายเอาไว้ว่า แม้จะเป็นระบบไฮบริด ทว่าการออกแบบก็ยังต้องเคารพต่อ Bugatti เช่นเดิม

Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว
Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว
Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว

การตกแต่งภายในคล้ายกับ Chiron มาก โดยมีส่วนประกอบไทเทเนียมและอะลูมิเนียมขัดเงาที่จัดวางในแผงหน้าปัดที่เรียบง่ายและโค้งมน สิ่งที่คุณจะไม่พบก็คือหน้าจอกลาง Bugatti ต้องการให้รถเป็นของสะสมที่จะใช้งานได้ดีในอีกหลายปีต่อมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะทำได้หากภายในใช้หน้าจอที่ละเอียดอ่อนและซอฟต์แวร์ที่วุ่นวาย ด้วยอายุของหน้าจออาจไม่ยาวนานถึง 15 ปี หรือ 20 ปี โทนสีภายในได้รับแรงบันดาลใจจากสีดำอบอุ่น (ด้วยโทนสีน้ำตาล) และสีเหลืองอีกครั้ง หนัง'ทอ'ที่สวยงามปรากฏบนเบาะนั่งและการ์ดที่ประตู แน่นอนว่าทำด้วยมือ ซึ่งการทดลองด้วยเครื่องจักรนั้นปกติและน่าเบื่อเกินไปสำหรับ Bugatti

Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว
Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว

ทั้งหมด 99 คันได้ถูกจองไปหมดแล้วหลังจากวันที่เปิดตัวให้สื่อได้ชม ผู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษในการจองต้องจ่าย 5 ล้านยูโรเพื่อย้ำว่าคุณจะได้ครอบครองความพิเศษนี้อย่างแท้จริง

Bugatti Mistral roadster รุ่นสุดท้ายของเครื่องยนต์ W16 สร้างความจดจำเพียง99คัน ก่อนเข้าสู่ยุคไฮบริดเต็มตัว