Marsmag.net

"นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์" บล็อกเกอร์ท่องเที่ยวเจ้าของเพจ ‘Happy Nancy’ ผู้รักทะเลอย่างหมดใจ

         คุณอาจจะรู้จักเธอจากเพจท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง ‘Happy Nancy’ คุณอาจรู้จักเธอจากโพสต์เกี่ยวกับเรื่องยาคุมกำเนิด คุณอาจเห็นเธอออกไปท่องเที่ยว ดำน้ำผ่านภาพถ่ายและวิดีโอต่างๆ แต่ยากที่จะบอกว่าคุณรู้จักเธอจริงๆ สาวพลังสูง ผู้ทำให้ผู้คนประทับใจด้วยพลังงานทางบวก รักการดำน้ำ รักธรรมชาติ และเป็นตัวเอง

         วันนี้ ‘แนนซี่–นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์’ ได้เปิดเผยอีกหลายแง่มุมในชีวิต ว่าเธอมีความสุขกับตัวเธอเองแค่ไหน รักการดำน้ำอย่างไร รวมถึงการจัดการปัญหา รับมือกับสิ่งไม่พึงประสงค์อย่างไร โดยที่เธอยังคงเป็นตัวของเธอเอง

         “แนนชอบมองคนที่เขาเสพความทุกข์เยอะๆ แล้วแนนรู้สึกว่า แนนไม่อยากเป็นแบบนั้น”


เล่าเรื่องเกี่ยวกับเพจ Happy Nancy ให้ฟังหน่อย

          ทำเพจมาราวๆ 3-4 ปีแล้ว จุดเริ่มต้นมาจากกดผิด (หัวเราะ) นี่เรื่องจริงนะ เพราะว่าแนนเป็นคนตัดต่อวิดีโอได้ มีฟุตเทจอยู่เยอะมาก แล้วตอนนั้นเริ่มดำน้ำมาได้เกือบปี เป็นปีที่ดำน้ำเยอะมาก เลยตัดต่อวิดีโอใต้น้ำ อยากเก็บไว้ดู เมื่อก่อนมีกรุ๊ปลับในเฟซบุ๊ก อยากส่งให้เพื่อนดู แต่กดผิดไปอัพโหลดในเพจ ไม่รู้ไปทำได้ยังไง ตอนนั้นโง่เรื่องเทคโนโลยีมาก แต่กลายเป็นว่าคลิปนั้นมีคนแชร์ไป 2,000 กว่าแชร์ เราก็เลยเข้าไปอ่านคอมเมนต์ที่คนคอมเมนต์กัน ประมาณว่า สวยจังเลย ที่ไหน อยากไปจัง และมีคอมเมนต์หนึ่งที่บอกว่าขอบคุณนะ ที่ทำให้เราเห็นโลกที่เราไม่เคยเห็น ขอบคุณที่พาเราไปเที่ยว อันนี้ทำให้แนนรู้สึกว่า ทำต่อก็ได้วะ ก็เลยเริ่มเรียนรู้ว่าอะไรคือเพจ มันคืออะไร เพราะแนนตัดต่อวิดีโอได้อย่างเดียวไงคะ เลยกลายมาเป็น Happy Nancy อย่างนี้ค่ะ

ทำไมต้อง Happy Nancy

           จริงๆ ชื่อนี้มันมาจาก ‘พี่โต้ง บุดดาเบลส’ เป็นคนตั้งให้ ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเราจะเรียกตัวเองว่าอย่างไร แต่ตอนนั้นเริ่มเขียนนิตยสารให้พี่โจอี้ บอย ที่ชื่อ Tan Magazine แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะตั้งนามปากกาเราว่าอะไร พี่โต้งก็เลยบอกว่า มึงอะ เวลาไปอยู่กับคนอื่น มึงชอบทำตัวให้เขามีความสุข เพราะเราไม่ชอบเห็นคนอื่นมีความทุกข์ ให้เราไปเล่นตลกให้ดูก็ได้ พี่โต้งเลยบอกว่า มึงอะ อี Happy Nancy เราก็เลยบอก ได้พ่อ Happy Nancy


ชีวิตส่วนตัว Happy ไหม

           คือส่วนตัวแนนเป็นคนจัดการปัญหาได้ค่อนข้างโอเค สามารถเรียงลำดับ เรียบเรียงและแก้ไขเหตุการณ์ได้ค่อนข้างดี เราไม่ได้สนใจโฟกัสไปที่ความทุกข์ เราโฟกัสแต่ความสุข ทำอะไรที่มีความสุขมากกว่า และเราก็จัดการปัญหา อย่างเช่นมีความทุกข์หรือมีอารมณ์ไม่ดี เรามีวิธีการแก้ปัญหา อย่างมาออกกำลังกายหรือหาอะไรทำ ก็เลยไม่ค่อยมีคนเห็นเราในมุมของความทุกข์เท่าไร

            “คนเราไม่ได้อารมณ์ดีทุกวัน บางวันเป็นประจำเดือน ก็ปวดท้อง ไม่ได้อยากยิ้ม มีคนเดินสวนไปแล้วพูดแบบแฮปปี้แนนซี่ไม่เห็นแฮปปี้เลย แนนก็เลยหันไป ขอโทษค่ะ ปวดท้องเมนส์”

มีความทุกข์เป็นเรื่องปกติ?

ก็มีปกติ แต่เราจัดการกับมันได้มากกว่า


มีหลักคิดอะไรที่ทำให้เราสามารถจัดการกับความทุกข์หรือปัญหาได้แบบนี้

          แนนชอบมองคนที่เขาเสพความทุกข์เยอะๆ แล้วแนนรู้สึกว่า แนนไม่อยากเป็นแบบนั้นทำยังไงถึงก้าวข้ามผ่านปัญหาไปได้คือ ไม่ต้องคิดถึงมัน แล้วก็ใช้หลักการ Hakuna Matata (หัวเราะ) ก็คือ No Worries หรือช่างมันถ้าเราจัดการตรงนี้ได้แล้ว ต่อไปการแก้ปัญหาเราต้องดูว่าเราแก้มันยังไงได้บ้าง ถ้าแก้ได้ก็แก้ แต่ถ้าแก้ไม่ได้ก็ให้เวลาช่วยเราหาอะไรทำ เช่น ออกกำลังกาย ยกเวทหรือว่าใช้เวลาอยู่กับตัวเอง เราจะได้คิด หาวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง

แนนซี่ก่อนจะมาทำเพจ กับหลังมีเพจแตกต่างกันยังไง

           จริงๆ คนทุกคนที่รู้จักแนนมาก่อนจะบอกว่า แนนเป็นคนเหมือนเดิม ก็เป็นแบบนี้ ดื้อ เถียง ไม่ยอม เป็นแนนคนเดิมที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปแค่มีคนรู้จักมากขึ้น การมีคนรู้จักมากขึ้นก็กดดันนะ เกือบเป็นบ้า คนเราไม่ได้อารมณ์ดีทุกวัน แบบบางวันเป็นประจำเดือน ก็ปวดท้อง ไม่ได้อยากยิ้ม มีคนเดินสวนไปแล้วพูดแบบแฮปปี้แนนซี่ไม่เห็นแฮปปี้เลย แนนก็เลยหันไป ขอโทษค่ะ ปวดท้องเมนส์เขาก็คงตกใจ ไม่คิดว่าเราจะกล้าสวนเขาไป บางทีเราทะเลาะกับใครมาก็ไม่ได้อยากจะยิ้ม แต่มาตอนนี้ เราเริ่มเข้าใจแล้วว่า เราให้แรงบันดาลใจแก่เขา ให้ภาพลักษณ์แก่เขาไปว่าเราแฮปปี้นะ ต่อหน้าเขาก็เลยคาดหวังว่าเราจะแฮปปี้กว่านี้


การดำน้ำมันเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตได้อย่างไร

             ดำน้ำมาราวๆ 6 ปี เริ่มตั้งแต่จบมหาวิทยาลัย ตอนอยู่มหาวิทยาลัยคือมันเอาชีวิตแนนไปหมดเลย ไม่เหลือเวลาให้ตัวเองเลยเรียนหนักมาก พอเรียนจบ สติแตก ก็เลยหาอะไรทำก่อนที่เราจะไปทำงานจริงๆ แล้วดันได้งานก่อนเรียนจบ มันก็เลยเครียดเพราะธีสิสแนนคือการทำละครเวทีเรื่องหนึ่ง ซึ่งแบบเครียดมาก พอส่งธีสิสไปแล้ว ได้งานอีก ทำงานต่อ รู้สึกว่าไม่ได้ใช้ชีวิตจริงๆ เลยลาพักร้อนไปหาอะไรที่ไม่เคยทำ ก็เลยมาดำน้ำ เพราะเคยดำตอนเด็กๆ แล้วรู้สึกว่าอยากทำมันให้เต็มที่กว่านี้เลยไปออกทะเล ออกเรือไป Live aboard สรุป ติดเลย ติดมาจนถึงทุกวันนี้

อะไรที่ชอบที่สุดในการดำน้ำ

          ถ้าถามแนน มันคือการที่แนนได้ลงทะเล ไปเจอปลาแนนไม่คาดหวังว่าแนนจะเจอแมนต้าหรือฉลามวาฬตัวใหญ่ๆ เลิศหรูอลังการแค่ลงไปแล้วเจออะไรที่เป็นปลาก็แฮปปี้แล้วเจอนีโม่โง่ๆ ก็ดีใจแล้ว เวลาดำน้ำกับแนนจะรู้ว่า อีแนนหายไปไหน อ๋อ มันไปคุยกับนีโม่โง่ๆ อยู่ครั้งล่าสุดไปกัน 5 คน เราถ่ายนีโม่ของเราไปไม่รู้ว่ามันนาน พอเงยไปดู อ้าว ไปไหนกันหมด เขาก็ขึ้นไปกันเพราะหาเราไม่เจอ พอไปเจอเขาก็ถามว่าไปไหนมา เลยบอกว่าถ่ายนีโม่อยู่ เขาว่าทำไมทำแบบนี้ เป็นห่วง

การดำน้ำให้อะไรกับชีวิตแนนบ้าง

            แนนคิดว่ามันให้ความสงบ ในยามที่เราต้องการมันจริงๆ อย่างเช่นสมมุติว่าในหนึ่งเดือน เราทำงานเยอะมากๆ จะมีช่องว่างประมาณวันสองวันที่เรารู้สึกตื้อๆ รู้สึกแบบไม่ไหวแล้วปั่นงานแล้ว โว้ยยย เขียนอะไรไม่ออกบางทีคิดไม่ออกโว้ย ต้องทำไงวะ ต้องเขียนยังไงให้คนรู้สึกไม่ด้อยค่า แนนเป็นคนชอบเขียนให้กำลังใจคน แล้วบางทีเราหมดกำลังใจเอง การไปดำน้ำมันช่วยมาก มันช่วยให้เราโปร่งโล่ง ได้อยู่คนเดียวจริงๆ ได้อยู่กับตัวเอง ได้คิด ได้แก้ปัญหาที่ตัวเองต้องการแก้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเพื่อน เรื่องความรัก หรือเรื่องครอบครัวมันครบหมดเลย

            ตอนอยู่ใต้น้ำแนนจะนิ่งมาก บนบกก็จะเป็นลิง ตื่นตัว สมาธิไม่มี แต่อยู่ใต้น้ำแนนจะนิ่ง สมาธิมาก การดำน้ำมันไม่สามารถตั้งเป้าหมายได้ แนนจะดำไปจนแก่ ทุกวันนี้ที่ออกกำลังกาย ที่หันมาดูแลตัวเอง กินดี ทำให้ร่างกายแข็งแรงก็เพื่อจะดำน้ำไปจนแก่

            “การดำน้ำมันไม่สามารถตั้งเป้าหมายได้ แนนจะดำไปจนแก่ ทุกวันนี้ที่ออกกำลังกาย ที่หันมาดูแลตัวเอง กินดี ทำให้ร่างกายแข็งแรงก็เพื่อจะดำน้ำไปจนแก่”


Free Diving กับ Scuba Diving ชอบแบบไหนมากกว่า

            ชอบ Scuba เพราะมันชิลล์ มันได้หายใจ มันไม่เครียด ไม่ต้องกังวล (หัวเราะ) คือ Free Diving มันให้สมาธิอยู่นะ ให้การเอาชนะตัวเองว่า เราทำได้เท่าไหน ที่สนใจ Free Diving เพราะบางทีตอนเราไปดำน้ำ เราพักน้ำอยู่ ฉลามวาฬขึ้นข้างเรือ แมนต้าขึ้นข้างเรือ ถ้าเรารู้เรื่อง Free Diving เราก็จะดูแลรักษาตัวเองได้ดีกว่าคนไม่มีความรู้ ตรงนี้ควรลงหรือไม่ควรลง ทุกอย่างต้องปลอดภัยไว้ก่อนสำหรับแนน
แล้วกิจกรรมปีนผาล่ะ

           กิจกรรมปีนผาเริ่มมาจากแนนเล่นที่นี่ (The Racquet Club) มาตั้งแต่เด็กแล้วรู้สึกว่ามีอะไรที่ยังไม่ได้เล่นอีก (หัวเราะ) มันดูเป็นไปไม่ได้ แต่พอลองไปเล่นดู มันเป็นไปได้ มันฝึกสมาธิ แล้วแนนเป็นคนชอบเอาชนะ รูทบางรูทเนี่ย มันไม่ได้ปีนวันเดียวจบ มันต้องฝึกฝน ต้องใช้สมาธิ ต้องคิดว่ามือเราไปทางนี้ เท้าไปทางนี้ บางรูทใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะจบ มันท้าทายและออกกำลังกายได้ทุกส่วนที่การยกเวทไปไม่ถึง เช่น หลังบางจุด

            การปีนผาจริง แนนปีนบ้างแต่ไม่บ่อย ไปปืนที่กระบี่และเชียงใหม่ มันต่างจากผาจำลอง ผาจำลองเป็นการทดสอบตัวเองและฝึกตัวเอง เพื่อหุ่นสวยและเพื่อเอาชนะตัวเอง แต่ Outdoor อย่างกระบี่นี่ ปีนขึ้นไป เห็นทะเลเป็นอ่าวเลยสวยมาก ไล่สีสวย หันหลังมาแล้วแบบ ว้าวสุดว่ะ อย่างเชียงใหม่ ปีนขึ้นไปแล้วเห็นหมอกตอนเย็น พระอาทิตย์ตก เห็นป่า มันสวย เหมือนได้รางวัลชีวิต

            “แนนขาดความรักไม่ได้เอาง่ายๆ เลย ใช้คำว่าแนนบูชาความรักก็ได้ เพราะว่ามันเป็นแรงบันดาลใจ แรงจูงใจให้แนนใช้ชีวิตในวันต่อไปด้วย ไม่ได้จำเป็นต้องกับแฟนนะ อาจจะครอบครัวก็ได้ หรือหมาแมวก็ได้”


เป็น Happy Nancy แต่กิจกรรมแต่ละอย่างดูหนักเกินกว่าจะ Happy ไหม

            แนนคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันฝึกตัวเราเองอะไรที่เราทำไม่ได้ พอลองแล้วมันต้องทำให้ได้ มันเป็นการฝึกควบคุมสติ ควบคุมอารมณ์เราด้วยนะ เมื่อก่อนเป็นเด็กไม่น่ารักเลยนะ ไม่ได้ดั่งใจคือกรี๊ดขนาดกับแฟนหรือพ่อแม่ ไม่พอใจสะบัดปึงปัง แต่พอได้มาใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ได้ออกกำลัง มันสอนเราเยอะนะ ให้มีสติมากขึ้น คิดอะไรรอบคอบขึ้น

แล้วความรักทำให้ชีวิตแนนเป็นอย่างไรมีความสุขมั้ย

            มีความสุข แนนขาดความรักไม่ได้ (หัวเราะ) เอาง่ายๆ เลย ใช้คำว่าแนนบูชาความรักก็ได้เพราะว่ามันเป็นแรงบันดาลใจ แรงจูงใจให้แนนใช้ชีวิตในวันต่อไปด้วย ไม่ได้จำเป็นต้องกับแฟนนะ อาจจะครอบครัวก็ได้ หรือหมาแมวก็ได้

          แนนคิดว่าความรักเป็นการเข้าใจกันมากกว่า อย่างสมัยก่อนมันอาจเป็นแบบฉันรักเธอ เธอรักฉันเธอต้องอยู่กับฉันตลอดไปไม่งี่เง่า แต่เหมือนตอนนี้มันโตขึ้นเราเข้าใจกัน ยังไงก็ดีอยู่แล้ว และถ้าเราโตไปและแก่ไปด้วยกัน มันดีกว่าไหมถ้าเทียบกับจะต้องมานั่งทะเลาะกันความรักคือการให้ไหม ไม่รู้สิ อยากให้คนอื่นมีความสุขมั้ง อย่างตอนนี้อยากให้น้องชายได้เรียนคณะที่อยากเรียน ให้พ่อแม่ได้กินอาหารดีๆ มีอะไรก็อยากให้พวกเขา

            “การไปดำน้ำมันช่วยมาก มันช่วยให้เราโปร่งโล่ง ได้อยู่คนเดียวจริงๆ ได้อยู่กับตัวเอง ได้คิด ได้แก้ปัญหาที่ตัวเองต้องการแก้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเพื่อน เรื่องความรัก หรือเรื่องครอบครัวมันครบหมดเลย”


เพราะบูชาความรักแบบนี้ใช่ไหม ถึงได้เผื่อแผ่มันไปถึงธรรมชาติ

            ก็ใช่นะ อย่างบางทีเราไปดำน้ำไปเที่ยวทะเลหลังๆ เราโกรธนะเวลาเห็นถุงพลาสติกลอย ถุงปุ๋ยลอยเวลาไปทริปแล้วเห็นก็แบบ โอ้ย อะไรเนี่ย อย่างอินโดฯ นี่ เขาไม่ได้อินแบบไม่รู้ว่าคนทั่วโลกบินมาเพื่อดำทะเลที่นี่ขนาดไหน เขากลับไม่ดูแล อีกอย่างหนึ่ง แนนรณรงค์ว่าหลอดน้ำมันไม่จำเป็นกับชีวิตเลย แม้ว่าจะเป็นชะนีทาปากก็ตาม มันเป็นข้ออ้างที่ทุเรศ เราควรที่จะเลิกใช้มัน จะอ้างว่าถ้าไม่ใช้น้ำแข็งจะหกมันก็ไม่ใช่คือหลอดพลาสติกมันย่อยยาก แล้วแนนเคยเห็นกับตาว่ามีเต่าถูกดึงหลอดออกมาจากจมูก คือมันน่าสงสารมาก เห็นกับตาเลย เราก็เลยคิดว่าทำไงให้คนทั่วไปได้รับรู้ ก็ใช้โซเชียลแนนนี่แหละ ไอจีบ้าง ไอจีสตอรี่บ้าง แล้วก็เพจ สื่อสารให้คนรู้ว่าการเที่ยวแบบอนุรักษ์มันเที่ยวยังไงเอาขยะไปเท่าไร เอากลับมาเท่านั้น เห็นแล้วก็ช่วยกันเก็บ เห็นคนทิ้งก็ไปตักเตือนเราพยายามทำตรงนี้อยู่

ถือว่าเป็นบทบาทในด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของตัวเองไหม

           มันไม่เชิงเป็นบทบาท มันเป็นสามัญสำนึกมากกว่าแนนอยากให้ทุกคนได้ตระหนักถึงตรงนี้ แนนดำน้ำมาปีที่ห้าที่หกขยะเยอะมาก ดำน้ำปีแรกๆ แทบไม่มีขยะเลยแต่ตอนนี้คือเยอะจนหงุดหงิด ถ่ายฉลามวาฬอย่างนี้ ถุงมันลอยผ่านหน้ากล้องเลย เราแบบ อะไรวะ มันไม่ใช่เรื่องเนอะ

บริหารเวลายังไง ทั้งทำงาน เที่ยว และใช้ชีวิตส่วนตัว

           พยายามแบ่งเวลาให้มันได้ อย่างเช่นในหนึ่งวันเราต้องออกกำลังกายอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง พบปะเพื่อนบ้าง พ่อแม่บ้าง ถามว่ามันแบ่งได้มั้ย แบ่งได้นะ 24 ชั่วโมงของคนเรามันเยอะอยู่นะเราสามารถทำได้คนถามแนนเยอะมากเลยนะ เรื่องจะแบ่งเวลาไปเที่ยวยังไง และมีคอมเมนต์อะไรแบบ ก็ฉันไม่มีเวลา ไม่มีเงินขอบอกเลยว่าแนนซี่ไม่ใช่คนมีเงินมาตั้งแต่เกิด ก็ทำงานหาเงินเหมือนกัน คนอาจจะไม่รู้เบื้องหลังว่าเรากินข้าวไข่ต้ม ไข่เจียว เราประหยัดเพื่อเอาเงินไปดำน้ำ มันก็เลยดูเหมือนเรามีชีวิตที่แบบ วู้วววจริงๆ แล้วเธอไม่รู้หรอกว่าฉันต้มไข่กินอยู่ทุกวัน ซึ่งพวกคนที่คอมเมนต์เขาจะไม่รู้ ผู้หญิงบางคนอาจจะเอาเงินไปซื้อเมกอัพ หรือกระเป๋าแพงๆ แบรนด์ๆ อะไรแบบนี้ ถ้าลดตรงนั้นได้อาจจะได้ไปเที่ยวทริปดีๆสักทริปหนึ่งก็ได้ อาจจะได้ค้นพบตัวเองก็เป็นได้


Credit Photo :

https://www.facebook.com/happynancyofficial