เป้-อารักษ์ 'เกิดเป็นผู้ชาย มันแรดยาก'!!!


ในรอบหลายปีที่ผ่านมา “เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” เป็นคนหนุ่มซึ่งยึดครองพื้นที่สื่อ ทั้งสื่อกระดาษและสื่ออากาศที่มีชื่อว่าอินเตอร์เน็ตมากที่สุดคนหนึ่ง เรื่องราวของเขาถูกนำเสนอมาแล้วชนิดที่แทบจะเรียกได้ว่า “พรุน” ทุกแง่ทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นตัวตน ความคิด ความฝัน แรงบันดาลใจ ไปจนถึงชีวิตและการงาน
แน่ล่ะ ถ้าใครสักคนปวารณาตัวเป็นแฟนคลับของเขาคนนี้ประเภท “ตีสนิท” เกาะติดทุกย่างก้าวความเคลื่อนไหว เราเชื่อแน่ว่า ไม่มีแง่มุมไหนอีกแล้วเกี่ยวกับเขาคนนี้ที่คุณจะไม่เคยรู้…และนี่ก็เป็นปัญหาอันน่าปวดหัวสำหรับเราไม่น้อย
“ไม่อยากซ้ำ เรื่องที่พูดกันมาจนช้ำ” ถ้อยคำๆ นี้ เหมือนฆ้อนไร้รูปที่ทุบลงบนก้อนสมองของเราตลอดเวลา
เราคงมิอาจบอกได้ว่า สิ่งที่คุณจะได้อ่านถัดจากนี้ เป็นเรื่องใหม่หรือเรื่องเก่า แต่หลังจากนั่งเกาหัวแกร็กๆ คิดหาเรื่องแปลกและใหม่มานำเสนอ เราก็ถึงซึ่งบทสรุปว่า ความเก่าบางอย่าง ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะไม่อย่างนั้น โลกนี้คงไม่มี Vintage ให้เชยชม
ดังนั้น จะมัวช้าอยู่ไย เชิญท่านเข้าสู่บทสนทนาที่เราเชื่อมั่นว่า “สุดใหม่” ได้แล้ว ณ บัดนี้!!

นิยามความเป็นชายในมุมมองของคุณ คืออย่างไร?
เกิดเป็นแมน ต้องเสียสละครับ บริการ ให้ผู้หญิงก่อน แบบเลี้เฟิร์สต์ คนแก่ ผู้หญิง เด็ก เราต้องบริการ เพราะว่าเราเป็นิเพศที่แข็งแรงกว่าโดยธรรมชาติ

เราต้องเป็นผู้นำผู้หญิงด้วยมั้ย?
ไม่จำเป็นครับ ถ้าผู้หญิงเขาทำงานเก่งอยู่แล้ว เราจะไปยุ่งอะไรกับเขา เพราะผู้หญิงบางคน เขาหาเงินได้เยอะกว่าเราด้วยซ้ำ เราก็แค่คอยดูแลเขา คำว่า “ดูแล” ไม่ได้หมายความว่าดูแลแต่ทางกาย แต่ต้องดูแลความรู้สึกด้วย พลังกายเรามากกว่า เราก็พายามเติมให้เขาหลายๆ ทาง

ผู้ชายทุกคนมีสัญชาตญาณความเจ้าชู้อยู่ในตัว อันนี้เห็นด้วยไหม?
เห็นด้วยครับ เพราะว่าเวลาเจอผู้หญิงสวยๆ เดินผ่าน ผมก็ยังมองอยู่ ยังอยากจะคุยกับผู้หญิงสวยๆ มากกว่า แล้วเวลาที่ผู้หญิงสวยๆ ติดต่องาน ก็ดูจะผ่านได้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้น งาน AE จึงใช้ผู้หญิงหน้าตาสวย หรือไม่ก็ผู้ชายหน้าตาหล่อๆ ทั้งนั้น

แค่มองก็ถือว่าเจ้าชู้แล้ว?
อืมม..ถ้าเกิดพูดถึงสัญชาตญาณความเจ้าชู้ เป็นอย่างนั้นนะครับ คุณมีสัญชาตญาณอยากคุยกับเพศตรงข้าม อยากจะมีสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม ไม่ว่าทางไหนก็ตาม นั่นคือสัญชาตญาณความเจ้าชู้แล้วล่ะ

เวลามองผู้หญิง คุณชอบมองส่วนไหนก่อน?
มองหน้าก่อน มองหน้าแล้วก็มองหุ่นไปตามเรื่อง

บางคนชอบมองหน้าอกก่อน?
คือหน้าอกไม่ได้มีส่วนสำคัญกับผม สะโพกก็ไม่มีความสำคัญกับผม มันต้องดูรวมๆ กันน่ะครับ

ทำไมถึงบอกว่าไม่มีความสำคัญ?
หมายถึงว่า มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ไอ้ที่ว่ามีความสำคัญก็มีนะ แต่ว่ามีก็ได้ ไม่มีก็ได้ (หัวเราะ) ไม่ได้แบบว่า เฮ้ย คนที่จะมาเป็นแฟนเรา คบกับเรา ต้องหุ่นอย่างนั้นอย่างนี้ อย่างไรก็ตาม เราปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งแรกที่มันอาจจะสะดุดตาเรา ก็คือ หน้าตา ดังนั้น อย่ามาบอกว่า จิตใจดี จึงคบ เพราะใครจะไปรู้ว่าจิตใจดีไม่ดีอย่างไร เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พูดง่ายๆ ก็คือ First Impression มันเป็นเรื่องหน้าตาก่อน แต่พอหลังจากหน้าตาแล้ว ก็ต้องคุยกัน ศึกษากันต่อไป

เหมือนกับจะบอกว่า ผู้หญิงหน้าอกใหญ่ ไม่จำเป็น?
ไม่จำเป็นครับผม ไม่ต้องไปเสียใจกับมันเลยครับ ถ้าคุณมีไม่เยอะ อย่างผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าตากุ๊กกิ๊ก ก็ไม่ได้หน้าอกใหญ่ ไม่จำเป็นว่าต้องสะโพกใหญ่เหมือนเจโล (เจนนิเฟอร์ โลเปซ) แต่ว่าดูเจโลแล้วก็เพลินดีนะครับ (หัวเราะ)

แล้วคิดว่าเพราะอะไร ผู้หญิงถึงต้องไปแต่งเติมเสริมเต้าให้มันใหญ่ขึ้น?
เพราะคิดว่าผู้ชายเขาชอบไงครับ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด ผมว่านะ

เราจะบอกผู้หญิงยังไงครับ แบบนี้?
ตีกลับมาที่จุดเดิมดีกว่าครับ ถามว่า ชอบมั้ย? ชอบบบบ…ใหญ่ได้ก็ดี แต่ไม่ต้องใหญ่ก็ได้ คนเรา ถ้ามันเจอกันแล้วชอบกัน มันคงไม่ได้ชอบกันที่หน้าอกหรอก แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีหน้าอกสวยๆ ใหญ่ๆ มันก็อาจจะทำให้คุณมีคนเดินเข้ามาหาเยอะ ก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าแฮปปี้ที่จะอยู่ด้วยกัน ต่อให้มีเท่าลูกมะนาว ก็มีความสุข

คิดว่ามันเป็นเรี่องผิดบาปหรือเปล่าที่ผู้ชายจะมีหนังโป๊หรือ AV (adult video) ไว้ติดคอมพ์ฯ ที่บ้านสักเรื่องสองเรื่อง?
ไม่ผิดครับ ผมมีเยอะ (ยิ้ม) อย่างตอนเด็ก ก็ยังเคยแอบอ่านการ์ตูนโป๊ แต่พอโลกดิจิตอลเข้ามา เรามีคอมพิวเตอร์ เราก็มีหนังโป๊ไว้ดูบ้าง ก็ยังดีกว่าเสียเงินไปเที่ยวโสเภณีนะครับ มันบริสุทธิ์กว่า มันเป็นจินตนาการของเรา แล้วมันก็ไม่ทำให้ผมเป็นคนโรคจิตด้วย ผมยังเป็นคนปกติทางเพศอยู่ (หัวเราะ)

บางคนบอก มีหนังโป๊เยอะๆ บ้ากามหรือเปล่า?
ไม่เกี่ยวอ่ะ คนมีหนังโป๊ เขาก็มีแฟนได้ เขาก็ทำตัวกับแฟนตามปกติเหมือนคนทั่วไป ก็เหมือนกับดูหนังทั่วๆ ไป คุณดูหนังโรคจิต มันใช่หรือเปล่าที่คุณจะต้องเป็นคนโรคจิตไปด้วย ไม่ใช่เลย คนละเรื่องเลย มันเป็นการดูเอาสนุกสนานครับ ดีกว่าไปเที่ยว

คิดว่า สัตว์ชนิดไหนที่สะท้อนความเป็นตัวของคุณมากที่สุด?
อาจจะเหมือนแมวนะ ผมว่า คือรักอิสระแล้วก็ขี้อ้อนด้วย มีเวลาที่ขี้อ้อน แล้วก็มีเวลาที่อิสระ บางเวลา เราอยากอยู่คนเดียว ไม่ยุ่งกับใคร แต่บางทีก็ประจบประแจงคนอื่นเล่น เหมือนแมว แมวมันขี้อ้อน น่ารัก มาเล่นมาคลอเคลีย แต่พอมันเบื่อ มันก็เดินหนีไปเลย

คุณคิดว่าสถานที่แบบไหนที่เหมาะแก่การทำโรแมนติกกับแฟนมากที่สุด?
ที่บ้านครับ เพราะว่ามันมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด เราสามารถเนรมิตอะไรขึ้นมาก็ได้ ซื้ออาหารอร่อยๆ มาวางก็ได้ สามารถเปิดเพลงอะไรก็ได้ ดูหนังเรื่องอะไรก็ได้ โดยที่ไม่มีใครมายุ่ง

ถ้าพูดถึงเรื่องวันไนท์สแตนด์ คุณคิดอย่างไร?
ผมไม่ชอบนะ และผมก็ไม่เคยมีด้วย สำหรับคนทั่วไป มันคงเป็นแฟนตาซีอย่างหนึ่งมั้งครับ และความจริงก็คือ ถ้าผู้ชายคนหนึ่งจะแรด มันยาก เพราะว่ามันเหมือนกับว่า ไม่ใช่ว่าผู้หญิงจะตอบรับตลอด แต่ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งจะแรด มันง้าย…ง่าย เพราะผู้ชายนี่พร้อมให้คุณตลอด

ทำไม ถึงบอกว่าผู้ชายจะแรด มันยาก?
สมมติก็ได้ ถ้าให้ผมเป็นผู้หญิงหนึ่งวัน ผมจะทำอะไร ผมบอกว่าผมจะแรดมากๆ เลย เพราะถ้าผู้ชายจะแรดและหาผู้หญิงให้ได้ทุกวัน มันยากนะ เพราะมันไม่มีผู้หญิงที่พร้อมจะนอนกับผู้ชายทุกคน ทุกวัน แต่ผู้ชายนี่พร้อมจะนอนกับผู้หญิงได้ทุกวัน ความต้องการแม่งต่างกันเยอะมาก ความบ้ากามมันคนละขั้น ผู้หญิงเขามีเงื่อนไขเยอะนะกว่าจะมีอะไรกับผู้ชายสักคน แต่ผู้ชายสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตลอดเวลา

Between 'Soul' and 'Sale'

ตลอดเวลา ชีวิตของคุณดูเหมือนจะแวดล้อมด้วยศิลปะ คุณคงจะให้ความสำคัญกับมันมากเลยสินะ?
มากเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนที่ผมเป็นเด็ก ผมให้ความสำคัญมากกว่านี้หลายเท่าตัว แต่ว่าพอโตขึ้นมา ศิลปะกับปากท้อง มันแปรผันกันไปคนละแบบ อย่างผม ทำงานตรงนี้ ผมก็ใช้ศิลปะในการหากิน เลี้ยงตัวเอง ศิลปะมันก็เลยกลายเป็นช่องทางของชีวิตผม ผมเล่นดนตรี เล่นหนัง เล่นละคร เขียนหนังสือ ผมก็เลยให้ความสำคัญกับศิลปะมาก ในขณะที่คนอีกอาชีพหนึ่ง อย่างขายของ อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากกับศิลปะ เหมือนอย่างพ่อผม พ่อผมก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมาอ่านหนังสือ หรือว่าดูหนังด้วยซ้ำ เขาก็ทำงานของเขาไป
ดังนั้น คำว่า “เป็นศิลปิน” ศิลปินมันคือใช้ศิลปะในการเลี้ยงดูตัวเองด้วย ผมเกี่ยวข้องกับศิลปะเยอะ เพราะว่าผมใช้ชีวิตกับมัน ผมขายเพลง ผมทำงาน นี่คือศิลปิน แต่ว่าคนอื่นอาจจะข้องแวะกับศิลปะน้อยกว่าผม ก็แน่นอน เพราะว่าเขาไม่ได้หากินทางนี้

ตัวตนด้านหนึ่งของคุณ มีความเป็นตัวของตัวเองหรือแบบที่เรียกว่าอาร์ติสต์สูงมาก แต่ขณะเดียวกัน คุณก็ทำงานที่ตลาดมากๆ ขายมากๆ อย่างเล่นหนัง ละคร ขัดแย้งในตัวเองบ้างหรือเปล่า?
มันสนุกมากกว่านะครับ ผมคิดว่ามันเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ด้วยซ้ำไป เวลาที่เราตัดคำว่า “ศิลปะ” ออกไป ผมอยากเรียกมันว่าความบันเทิงมากกว่า ความบันเทิงของคนบางคนอาจจะอยู่ที่การดูละคร ผมก็สามารถให้ได้ บางคนมีความสุขกับการฟังเพลง ผมก็ให้ได้ บางคนมีความสุขกับการดูเต้นแบบสเลอร์ ผมก็ให้ได้ หรือถ้าสุขกับการดูหนัง ผมก็มีหนังให้ดู ผมอยากเปรียบเทียบว่าเป็นเหมือนคนๆ เดียว แต่สามารถทอดไข่เจียวหลายๆ แบบได้

เป็นบุรุษอเนกประสงค์?
(ยิ้ม) คือถ้าเรื่องหนังเรื่องละคร ถ้ามีคนยื่นโอกาสให้เราทำ และมีงานที่เข้ากับเรา เราก็คงเข้าไปทำ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าโอกาสตรงนี้มันจะหมดลงไปเมื่อไหร่ ขณะที่การทำดนตรี เราทำได้เรื่อยๆ และเราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้จริงๆ

คุณบาลานซ์อย่างไร ระหว่างงานที่รับใช้ตลาดกับงานที่รับใช้จิตวิญญาณหรือหัวใจของตัวเอง?
เรื่องจิตวิญญาณ มันต้องทำเฉยๆ ครับ แต่ว่าเวลาส่วนใหญ่ ถ้ามีงานที่ต้องทำเลี้ยงชีพเข้ามา เราก็ต้องทำก่อน อย่างมีอีเวนต์มา ผมก็ต้องไป แล้วเอาเวลาว่างที่เหลือมาทำอะไรที่มันหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของตัวเอง ซึ่งผมคิดว่าทุกๆ คน มันมีเวลาว่าง เอามาทำในสิ่งที่เราต้องการทำ

ในมุมมองของคุณ ผู้ชายควรจะใช้ชีวิตยังไงให้คุ้มค่า?
น่าจะเป็นว่า…ทำวันนี้ให้มีความสุขมากที่สุดนะครับ ทำสิ่งที่อยากทำจริงๆ ให้ได้ ผมเองก็ยังใช้วันเวลาไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่นะ เพราะว่า..อย่างผมอยากปีนเขาทุกวัน ก็ยังทำไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น มันก็เป็นเรื่องของข้อจำกัดด้วย ข้อจำกัดที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน ความฝันบางทีก็มีข้อจำกัด อย่างบางคน บอกว่าอยากจะมีรถขับหรูๆ เขาก็ทำตามความฝันไป แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ คนเราเกิดมาไม่เท่ากัน พลังไม่เท่ากัน ความฝันมันก็แปรผันไปตามความจริง ผมว่าเราควรจะฝันอยู่ในความจริงมากกว่า แล้วก็ทำความฝันให้มันบรรลุ

user's Blog!

49/1 ชั้น 4 อาคารบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

49/1 4th floor, Phra-A-Thit Road, Chanasongkhram,Phanakorn Bangkok 10200

Tel. 02 629 2211 #2256 #2226

Email : mars.magazine@gmail.com

FOLLOW US ON

SUBSCRIBE