Marsmag.net

'ตุ๊ก-ชนกวนันท์' ยอดคุณแม่ หัวใจน่ากราบ!!


เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ต่างฝ่ายไม่สามารถเดินต่อไปด้วยกันหลังนิทานอันแสนหวานจบลง แต่ความเป็น “แม่” นั้นไม่มีวันที่จะจบลงง่ายดาย ตุ๊ก-ชนกวนันท์ เปลี่ยนนามสกุลเป็น 'รักชีพ' หลังหย่าขาดกับสามี บ๊วย-เชษฐวุฒิ และต้องรับบทคุณแม่ลูกสองเพียงลำพัง แม่ตุ๊ก น้องแพรว และน้องภูมิ กับสถานะทางสังคมที่เปลี่ยนไป ผู้หญิงบางคนอาจเคยเจอช่วงชีวิตเลวร้ายเช่นเดียวกันนี้ คงยืนยันได้ว่า ชีวิตจริงมันไม่เหมือนในนิยายแน่นอน

เลี้ยงลูกแบบตุ๊ก

ถ้าพูดขำๆ ก็คือเลี้ยงไปวันๆ แต่จริงๆ มันไม่ขำนะ เพราะเราต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่เรามีจริงๆ แต่เราก็มีวิธีในแบบของเรา คือทำกิจวัตรประจำวันไปตามปกตินั่นแหละ แต่เราจะเอาลูกไว้ข้างๆ แล้วคอยมองดูเค้าตลอดเวลา เราไม่ได้เซ็ตกิจกรรมอะไรไว้เพื่อจะให้เค้าทำ แค่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ เน้นให้เค้าได้พัฒนาไปตามวัย จริงๆ แค่เราคอยประคองอยู่ข้างๆ ก็พอ

เป็นคุณแม่ที่ดุมั้ย
(หัวเราะ) ก็ประมาณนึง ก็ไม่ถึงขั้นดุนะ เรียกว่าแม่มีระเบียบดีกว่า (หัวเราะ) คือจะยุ่งกับเค้าแค่เรื่องกิน นอน และระเบียบวินัย แต่เรื่องการเล่นของเค้า ตุ๊กจะดูอยู่ห่างๆ ให้อิสระ คือสมมติว่าเราเอากระดาษกับสีมาให้ ถ้าเค้าจะเอาสีมาจุ้มเป็นจุดๆ ไปเรื่อย เราก็ไม่ห้าม มันเป็นจินตนาการของเค้า แต่เรื่องระเบียบวินัย ถ้าเราไม่สอน ไม่ปลูกฝัง ถ้าเค้าโตขึ้นมาแม่ก็จะเหนื่อย น้องก็จะดื้อ แล้วออกไปอยู่ในสังคมก็อาจจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้

วิธีการเลี้ยงลูกของตุ๊กกับบ๊วยต่างกันมั้ย

เราตกลงกันไว้ว่าจะต้องเหมือน แต่ธรรมชาติของเราสองคนมันต่างกัน การกระทำอาจต่างกันไปบ้าง แต่วิธีการสอนต้องเหมือนกัน ลูกจะต้องไม่เป็นแบบว่า ไม่ได้ของจากคนนี้ แล้ววิ่งร้องไห้ไปหาคนนี้แล้วได้ แต่ด้วยนิสัยพี่บ๊วยจะเป็นคนอ่อนโยน ใจดี และง่ายๆ เพราะฉะนั้นเวลาอยู่กับพี่บ๊วย ลูกจะงอแงได้หน่อยนึง แต่กับเราลูกจะเกรงใจมากกว่า อย่างเวลาอาบน้ำแล้วเค้ามางอแงอยากกินขนม เราก็จะแบบ ลูกต้องไปอาบน้ำก่อน แล้วแม่จะให้กินขนม เด็ดขาดไปเลย แต่ถ้าพี่บ๊วย เค้าก็จะถามโน่นถามนี่ในวิธีของเขาก่อน ลูกก็จะงอแงง็องแง็ง แต่สุดท้ายก็จะต้องเหมือนกันคือให้ลูกไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยกินขนม ถ้าเกิดเราทำไม่เหมือนกันขึ้นมา มันก็จะทำให้ลูกเริ่มเรียนรู้ที่จะไม่เชื่อเราแล้ว

วันนี้หลังการหย่าเป็นยังไง

ก็โอ.เค. ขึ้นนะ คือเราต้องอยู่กับปัจจุบัน ยังมีลูกที่ต้องดูแล เราจะคิดเสมอว่า ชีวิตคู่มันประกอบด้วยความรู้สึกของคนสองคน เมื่อคนหนึ่งยกเลิก เกมมันก็ดำเนินต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะชีวิตคู่มันเดินคนเดียวไม่ได้ แต่การที่เราเคยใช้ชีวิตร่วมกัน ช่วยกันดูแลลูก มันก็เป็นเรื่องดีๆ ที่เราจดจำได้ ตอนนี้ก็ยังช่วยกันดูแลลูกอยู่ แต่อาจจะเป็นคนละช่วงเวลา เวลาที่เราต้องไปทำงาน พี่บ๊วยก็จะมารับลูกไปดูแลบ้าง แต่หลักๆ ลูกก็ยังอยู่กับเราเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นในแง่ของความรู้สึก เรายังไม่อยากพูดถึงมันมาก มันไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะ แต่เราต้องอยู่ให้ได้ คิดในแง่ดีก็คือ เค้าไม่ได้ป่วยไข้เป็นอะไร เค้าแค่อยากเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เค้าก็ยังสบายดี มาช่วยเราเลี้ยงลูก เพียงแค่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน คิดแบบนี้เอาไว้ดีกว่า ทุกๆ อย่างมันเป็นสิ่งที่เราต้องรับมันให้ได้ ไม่ใช่ยิ้มรับอะไรแบบนั้นนะ ต้องจำใจรับและรับให้ได้ และต้องก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน

กับข่าวที่ออกมา รู้สึกแย่ไหม

ก็ไม่ได้รู้สึกดีที่ต้องมาตอบอะไรแบบนี้สักข่าว แต่ข่าวก็คือข่าว มันเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เราจะพยายามไม่สนใจ ไม่เก็บมาคิดมากเกินไป ชีวิตตุ๊กไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ตุ๊กยังมีลูกอีกสองคนที่ต้องดูแล แล้วก็ไม่อยากให้ลูกเห็นแม้แต่เสี้ยวเดียวว่าเราอ่อนแอค่ะ

วางแผนอะไรสำหรับลูกทั้งสองคน

เลี้ยงเค้าในวันนี้ให้ดีที่สุด อนาคตในวันข้างหน้า ตุ๊กเชื่อว่าเค้าสามารถเลือกเดินเองได้ เพราะเราวางรากฐานคือการเลี้ยงดูเค้าในวันนี้ดีแล้ว นั่นแหละคือสิ่งที่ตุ๊กเชื่อว่าลูกทุกคนอยากได้จากพ่อแม่มากที่สุด คือการยินดีและชื่นชมในเวลาที่เค้ามีความสุขและพร้อมที่จะกอดเค้าในเวลาที่เค้าหันกลับมาอยากได้อ้อมกอดจากเราค่ะ.

ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร Lisa