Marsmag.net

ขับ Lamborghini ขายข้าวกล่อง คิดมุมกลับในแบบ ‘ดีเจภูมิ’


คุณอาจจะเคยด่าเขา!

ไม่ว่าจากกรณีของการโพสต์รูปให้อาหารปลาทะเล ถึงเรื่องโชว์ขวดเบียร์ผ่านไอจี หรือวันดีคืนดีก็หมั่นไส้เขาที่ควักเงินสดซื้อ Lamborghini Gallardo LP560 คันละ 10 กว่าล้านมาขับเล่นเพื่อประกาศว่าตัวเองรวย

แต่ลองใจเย็นลงกันแป๊บนึง! ยกเรื่องรวยๆ ข้ามไปก่อน

รู้หรือไม่?‘ภูมิใจ ตั้งสง่า’ หรือ ‘ดีเจภูมิ’ เคยขี่จักรยานส่งหนังสือพิมพ์สมัยเด็กเพื่อหาเงินซื้อจักรยาน, เคยทำงานออฟฟิศอยู่ 2-3 ปีก่อนจะเข้าวงการบันเทิง, เดินหาโอกาสด้วยตัวเองจากการประกวดเป็น VJ ของ Channel V Thailand แต่ตกรอบ, พอเข้าวงการบันเทิงได้ผู้ใหญ่ให้หน้าที่อะไรก็รับทำหมดเพราะเชื่อว่าลูกอึดลูกทนจะพาตนเองพบความสำเร็จ, เคยเขียนเรื่องราวให้แง่คิดคนบนไอจีตัวเองแต่ไม่มีใครเชื่อหนำซ้ำยังโดนดูถูก แต่พอควักเงินซื้อรถราคา 10 กว่าล้านเท่านั้นเขาเล่าว่าเวลาพูดอะไรก็เออออไปหมด, ทุกคนเชื่อว่าเขาเป็นเสือผู้หญิงแต่เอาเข้าจริงเสียเป็นแสนแขนไม่ได้จับ, ทุกวันนี้เขาขายข้าวกล่องด้วยสโลแกน ‘กินแล้วผอม’ ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์เพลย์บอยขับซูเปอร์คาร์แต่เจ้าตัวบอกว่ากำไรเขาอาจจะดีกว่าร้านเก๋ๆแถวทองหล่อก็เป็นได้

ดูๆ ไปไม่น่าจะประสบความสำเร็จ…แต่คุณเชื่อไหมว่าเขามีมุมคิดที่หลายคนคาดไม่ถึง กล้าในสิ่งที่หลายคนละอาย และไม่เคยกลัวที่คว้าโอกาสด้วยมือตัวเอง

หากยังไม่หมั่นไส้เขาไปซะก่อน ลองมาเสียเวลารู้จักเขาอีกสักนิด เผื่อจะเห็นแนวทางหาเงินล้านด้วยสิ่งเล็กๆ น้อยๆ

ว่ากันเรื่องการกินก่อน เห็นว่าคุณใส่ใจเรื่องการกินมาก หาสูตรการกินคลีนต่างๆ นานา จนถึงขนาดที่ว่าออกมาทำข้าวกล่องขายภายใต้สโลแกน ‘ยิ่งกินยิ่งผอม’ ทำไมถึงใส่ใจเรื่องกินขนาดนั้น

จริงๆ แล้วผมเป็นคนที่ค่อนข้างสุดโต่งกับชีวิต เพราะฉะนั้นในหนึ่งปี ช่วง4 เดือนแรกก่อนสงกรานต์ผมจะกินแบบเป๊ะมาก ทุกอย่างถูกชั่งตวง ผมเข้าใจร่างกายว่ามันต้องการโปรตีนเท่าไหร่ คาร์โบไฮเดรตเท่าไหร่ ผักเท่าไหร่ในแต่ละวัน มันคือความยากลำบากอย่างหนึ่งของชีวิต แต่ผมจะพูดเสมอว่าคนเราไม่ได้ประสบความสำเร็จจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่จะประสบความสำเร็จจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำทุกวี่ทุกวัน คือกินอาหารดี 1 มื้อไม่ทำให้ผอมหรอก แต่คุณลองกิน 10 มื้อสิ คุณผอมแน่ แต่คุณกินร้อยมื้อนี่ชัดเจนเลย ถ้าคุณกินพันมื้อชีวิตคุณเปลี่ยน เหมือนกันกับอาหารไม่ดีแต่คุณกินมันหนึ่งมื้อมันไม่ทำให้คุณอ้วนหรอก แต่ถ้าเยอะเข้ามันจะทำให้คุณแย่

ผมมองว่าการออกกำลังกาย มันไม่ได้เป็นการแข่งขันปีนเขาที่ใครขึ้นสู่จุดสูงสุดได้เร็วกว่ากัน แต่มันคือเราขึ้นถึงจุดนั้นแล้วอยู่ได้นานที่สุดต่างหากคือคนชนะ แล้วการที่อยู่บนนั้นได้นานคือคุณต้องไม่ฝืนตัวเองจนมากเกินไป เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจทุกอย่างในชีวิตนี้ ถ้าคุณมีความรู้มีวินัยทำได้หมด

อย่างนั้นวินัยในการใช้ชีวิตก็เป็นเรื่องสำคัญ?
 
ใช่ หลังๆ มานี่มีค่านิยมที่สนับสนุนให้คนทำตามอารมณ์ทำตามความรู้สึกซึ่งถามว่าดีไหม? ดี แต่คุณต้องทำตามพื้นฐานความรู้ที่มี เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีความรู้แล้ว ร่างกายต้องการอย่างนี้ๆ ถ้าคุณอยากจะไปกินเหล้าคุณก็ทำได้ แต่คุณก็ต้องกลับมาดูแลตัวเอง พรุ่งนี้ก็ต้องเบาลงหน่อยนะ ออกกำลังกายเพิ่มไม่อย่างนั้นก็หลุดตามอารมณ์ความรู้สึกหมด สุดท้ายเป็นไง สุขภาพแย่ ผมเชื่อว่าโรคแทบทุกอย่างอาหารรักษาได้ ผมเชื่อที่สุดเลยว่ายาที่ดีที่สุดคืออาหาร
คุณลองบอกผมสิว่าในโฆษณาทุกวันนี้มีอาหารอะไรบ้างที่ดี ผมยังคิดไม่ออกเลย คือเมื่อคุณทำตลอด mass สิ่งสำคัญคือคุณต้องมีกำไร เมื่อต้องมีกำไรคือต้นทุนต้องต่ำ แต่ละอย่างนี่คือเศษขนมปังเศษเนื้อเอามาปรุงทอดให้อร่อยหมดเลย ชีสเยิ้มๆ เนื้อที่ปนไขมัน ผมเดินไปในห้าง ทุกอย่างที่ผมเห็นคนกินเนี่ย เอายาพิษใส่เข้าไป ทั้งมะเร็ง เบาหวาน ความดัน ทุกคนอ้วนหมด สุขภาพไม่ดีเลย มันเป็นเพราะอะไร ถ้าคุณลองกินอาหารที่ดี อาหารสด ผมบอกได้เลยว่าโรคภัยไข้เจ็บมันจะหายด้วยอาหาร

แต่มันเป็นไปได้ยากนะ อย่างคนทำงานประจำก็เลือกยากที่จะหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพจริงๆ กินใกล้ที่ทำงาน?
 
ผมไม่เชื่อเรื่องคำว่ายากเลย ผมว่าคนที่ต้องการอะไรเขาจะแก้ไข คนที่ไม่ต้องการอะไรเขาจะแก้ตัว สมมุติว่าหมอบอกว่าคุณจะตายนะถ้าคุณกินเหล้าอีกแก้ว หรือคุณกินของทอดคุณจะตาย คุณหยุดเลยแน่นอน คุณจะไม่บ่นหรอกว่าแถวออฟฟิศไม่มี คนเรามันอยู่ในสังคมที่ชอบอะไรก็ได้ที่สะดวกเห็นผลเร็ว ไปกินยาลดความอ้วน ไปกินยาโน่นนี่นั่น ซึ่งผมไม่เชื่อเลย เพราะถ้าคุณใส่พิษเข้าไปทุกวันแล้วไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมันไม่ช่วยอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่การกินหมด

แล้วเอาจริงๆ นะคนที่ทำงานออฟฟิศ อาหารไทยดีๆ มีเยอะมาก ไก่ย่างนี่แทบจะไม่ทำให้อ้วนขึ้นมาเลย แล้วส้มตำก็ผักสดๆ ก๋วยเตี๋ยวนี่ของดีๆ หมดเลย เราของดีๆ มีเยอะ อย่างฝรั่งตอนนี้เขาจะเข้าครัวอาทิตย์ละครั้งนะครับแล้วเขาจะทำอาหารสำหรับ 7 วัน วันละ 3 มื้อ เสร็จแล้วแบ่งใส่ตู้เย็นไว้ ดึงเอาออกมาทานแต่ละวัน นี่คือจุดริเริ่มของดีเจภูมิเมนู อย่าง 10 กล่องของเราถ้าคุณกินแล้วน้ำหนักไม่ลงหลักกิโลนะ เอาตังค์คืนไป เอาส้นตีนมาถีบหน้าผม

ทำอาหารดูเป็นเรื่องวุ่นวายและยุ่งยาก ทำไมถึงอยากทำขาย?
 
ช่วงหนึ่งผมอยากทำธุรกิจเอง แล้วมองว่าจะทำอะไรให้สำเร็จต้องรักและเชื่อในตัวมัน ไม่ใช่ว่าอันนี้อินเทรนด์เลยเอาบ้าง แล้วตัวผมเองชีวิตเปลี่ยนเพราะสุขภาพ เมื่อก่อนเป็นคนตัวอ้วนไม่มีความมั่นใจ พอเริ่มออกกำลังกายเราเริ่มมีความมั่นใจผมอยู่บนยอดเขาได้ตลอดแล้ว 3-4 ปีผมไม่กลับมาอ้วนอีก

แล้วผมก็ทำโซเชียลเน็ตเวิร์กว่าทีมดีเจภูมิ มันมีเด็กถามผมเยอะว่ากินอะไรยังไง จนผมขี้เกียจตอบเลยลองทำปิ่นโตขายดูเป็นชุด 10 กล่อง สุดสัปดาห์นั้นเลยลองรับออร์เดอร์ ซื้อของมาเตรียม สับไก่เองจน 6โมงเช้าจำได้ ทำกัน 3 คนกับแม่ครัว ตอนเช้ามาเจอปัญหาว่าหุงข้าวไม่ทัน ฟักทองต้มไม่ทัน พอหมดเสร็จสิ้นวันเสาร์ก็น็อก น้องชายถามว่าขายดีไหม เราว่าไม่เวิร์กหรอก รับมา 65ออร์เดอร์ แล้วเราทำได้แค่ 35ออร์เดอร์ คิดเป็นเงิน 35,000 สำหรับผมมันไม่ได้เยอะเพราะทำงานชั่วโมงเดียวได้4-5 หมื่นแล้ว น้องบอกว่ามันไม่เลวนะ ถ้าทำทุกวันก็เดือนละล้าน นี่ถ้าได้ 65ออเดอร์ทุกวันก็เดือนละ 2 ล้านนะ เออ คิดแบบนี้มันเยอะ

ผ่านมาปีกว่าๆ ดีขึ้นนะ แต่ว่ามาแย่หน่อยตอนเจอกระแสในโลกออนไลน์ เรื่องเขียนดูถูกคนจนบ้าง ให้อาหารปลาบ้าง ถือขวดเบียร์ ขับรถชน คือผมอาจจะเป็นคนแรงแต่ไม่ใช่แบบนั้นเลย เราพยายามที่จะเขียนให้ข้อคิดคนในไอจีทุกวัน เอาภาษาอังกฤษมาแปลเป็นไทยอาจจะไม่ได้สละสลวย เขาก็อ่านแล้วแปลว่าผมไปดูถูกคนจน มีครั้งหนึ่งไปว่ายน้ำให้อาหารปลาก็ด่าผมซะเละ คือสมัยนี้คนไม่ฟังอะไรเลย ต้องการกระทืบคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี เพราะฉะนั้นข่าวอยู่ได้ด้วยการขายดราม่า ข่าวดีๆ ไม่เอามาลงหรอกครับ เอาแต่ข่าวเหยียบย่ำมาทำลายคนอื่น นี่คือสังคมที่น่ากลัว ทีนี้ด้วยกระแสสังคม และผมละเลยด้วยก็ทำให้ยอดขายตกไป เราต้องเข้ามาดูแลใหม่ คืออย่าปล่อยวางว่ามันจะเป็น Passive income แล้วนั่งเฉยๆ รอเงินไม่ได้ คุณไม่ใส่ใจคู่แข่งก็จะเข้ามา

มีคนเคยดูถูกไหมว่าคุณเป็นพิธีกรชั้นนำของเมืองไทยแต่กลับมาขายข้าวกล่อง?
 
มี พูดอย่างนี้ตอนแรกเยอะแยะเลย ผมเขียนไว้ว่านักธุรกิจที่เก่งไม่สามารถเริ่มด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุดได้ ใครที่เริ่มด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด คนนั้นคือคนเก่งที่สุด แต่บ้านเราไม่ อย่างบางคนว่า “ภูมิมึงขับแลมโบร์กินี มึงมาขายข้าวกล่องมึงไม่อายเขาเหรอ ระดับมึงต้องเปิดร้านที่ทองหล่อใหญ่ๆ เปิดข้างกับเมลโลว์(Mellow Restaurant & Bar)นั่นแหละเหมาะกับลุคของมึง” แต่ผมมามองว่าเดือนหนึ่งผมต้องมี 4 แสน จ่ายแค่ค่าเช่านะ เซ็นสัญญา 6 เดือน ทีมงานผมอีก 10 กว่าคน คือเรายังไม่ต้องทำอะไรเลยก็เอาเงินไปให้เขาแล้ว 2-3 ล้านบาท แล้วถ้าคุณทำใหญ่ เวลาเจอพิษเศรษฐกิจคุณพลิกตัวยาก 3-4เดือนไม่มีลูกค้าคุณจบทันที แล้วใครรับผิดชอบพนักงานผม 10-20 คน ยิ่งเริ่มเล็กคล่องตัวกว่าเจอปัญหาปุ๊บพลิกแก้ได้ไว

การทำธุรกิจสำหรับคนที่ไม่เคยทำมันเหมือนกับคุณใช้ชีวิตอยู่บนเกาะเกาะหนึ่งแล้วพอเบื่อคุณอยากเห็นโลกแล้ว คุณตัดสินใจสร้างเรือลำหนึ่งแล้วก็แจวออกไป ออกไปปั๊บรู้เลยว่าเรือมีรูรั่ว คุณจะเจอมันทีละนิดๆ ผมทำอาทิตย์แรกลูกค้าเต็มบ้านเลย หุงข้าวไม่ทันผมให้คนขับรถไปซื้อหม้อหุงข้าวมาใหม่อีก 3ใบ ส่วนผมก็เรียกลูกค้าที่กำลังรอมาเวิร์กช็อปออกกำลังกาย ตอนนี้ข้าว 3 หม้อทันแล้ว แต่ฟักทองไม่ทันเราก็เรียกมาทำเวิร์กช็อปอีก อันนี้คือการแก้ปัญหา แต่ถ้าคุณทำธุรกิจใหญ่ คุณแก้ยากมาก เพราะมันใช้งบในการแก้มหาศาลและพลิกตัวได้ยาก ผมคำนวณตัวเลขแล้วร้านไหนในทองหล่อกำไรเท่าผมล่ะ (หัวเราะ) พูดเล่นนะ

แล้วทุกวันนี้เราจะทำยังไงให้คิดต่างเพราะบางคนทำงานบริษัทมีหน้ามีตาแต่ว่าเมื่ออยู่ในภาวะเศรษฐกิจซบเซาก็กลัวที่จะออกไปนั่งขายของ กลัวที่หารายได้เพิ่ม? 

ค่านิยมบ้านเรามันผิด ไม่ใช่สิ! ของโลกใบนี้มันผิดหมดเลยที่บอกว่าเงินคือความสำเร็จ ทุกครั้งที่คุณเปิดไอจีเราจะเห็น ตัวผมเองก็ยอมรับเพราะผมก็ทำแบบนั้น เรายอมรับว่ารถซูเปอร์คาร์คือความสำเร็จ กระเป๋าแพงๆ คือความสำเร็จ บ้านที่สวยหรูคือความสำเร็จ เงินคือความสำเร็จ ถ้าเรามองแบบนั้นเราจะเข้าถึงความสำเร็จยากมาก พวกนั่นไม่ใช่ความสำเร็จเลย

ภาพความสำเร็จจริงๆ น้อยคนที่จะได้เห็นในไอจี เรามักจะเห็นชิบูย่าโทสต์นิวยอร์กสเต๊กเฮาส์ ร้านอาหารเก๋ๆ แต่ความสำเร็จจริงๆ มันคือไก่ต้ม บร็อกโคลีต้ม ข้าวต้มโง่ๆ น่าเกลียด กินทุกวันวันละ 4 มื้อ มันไม่ใช่คนที่อยู่ในผับเปิดแชมเปญเฮฮากับเพื่อน แต่มันคือคนที่เพื่อนไปเที่ยวแต่ตัวเองนั่งปั่นงานอยู่ที่บ้าน ต้องเตรียมงานพรีเซ็นเทชั่นพรุ่งนี้ ภาพของคนที่ตื่นมาตี 5 ทุกวัน กลับมาเที่ยงคืนแล้วนั่งทำงานต่อจนตี 1 นั่นคือภาพความสำเร็จ แต่ไม่มีใครลงหรอกภาพพวกนี้ ความสำเร็จมันไม่ใช่จุดหมายปลายทาง มันคือการเดินทาง แล้วมันเป็นภาพที่ไม่สวย ภาพที่มันเหนื่อย ไม่มีใครอยากเห็นภาพแบบนั้น ฝรั่งเรียกว่าเชื่อในความลำบาก เพราะความลำบากคือความสำเร็จคุณไม่ได้ผิดที่คุณไปเที่ยว คุณไม่ได้ผิดที่เอนจอยอาหาร คุณเป็นคนธรรมดา แต่ถ้าคุณอยากจะเป็นมากกว่าคนธรรมดา คุณต้องทำเหนือกว่าคนธรรมดา บ้านเราคนจะรอเล่นหวย หวังมรดก หรือจับธุรกิจทีเดียวที่มันรวยไปเลย แต่ความสำเร็จมันเกิดจากสิ่งเล็กๆ ทำแล้วทำอีกทุกวี่ทุกวัน มันเกิดจากนิสัยของคนทำ

กว่าจะถึงวันนี้คุณท้อไหม?
 
ผมท้อครับ แต่ท้อค่อนข้างจะน้อย ผมเป็นคนที่ตั้งความหวังแต่ไม่ตั้งความคาดหวัง ถ้าคุณไม่คาดหวังจะไม่ผิดหวัง ผมมองตัวเองเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วที่เข้ามาในวงการบันเทิงเพราะผมอยากจะกำหนดชีวิตตัวเอง ผมเคยทำงานออฟฟิศมาก่อน 2-3 ปี งานออฟฟิศกำหนดชีวิตผมว่าต้องตื่นกี่โมง ออกกำลังกายได้กี่โมง คุยกับแฟนตอนกี่โมง แค่คุณกะพริบตาทีเดียวชีวิตคุณหายไปแล้ว10 ปี ผมมองว่าจะทำอะไรที่กำหนดตัวเองได้ วงการบันเทิงเราก็สามารถกำหนดชีวิตตัวเองได้ แต่เราเข้ามาใหม่เราไม่สามารถเลือกโอกาสได้เอง ใครให้โอกาสอะไรก็คว้าไว้ก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือใครง้อใครมากกว่ากัน เมื่อคุณทำงานสักพักคุณสามารถเลือกโอกาสตัวเองได้ ไม่ต้องรอโอกาสไม่ต้องคว้าโอกาส ผมก็ใช้เวลานานนะ จนเมื่อปีที่แล้วผมลาออกจากรายการที่ผูกมัดผม 5 วันจันทร์ถึงศุกร์ ตอนนี้ผมไม่มีรายการอะไรที่ผูกมัดแล้ว

หลายคนมองว่าผมโชคดีที่ได้เป็นดารา ผมไม่คิดแบบนั้นนะผมคิดว่าผมมาถึงจุดนี้เพราะการกระทำของเรา มึงไม่รู้เหรอกูประกวดChannel Vตกรอบมาแล้ว ผมไฟต์สำหรับทุกอย่าง ไม่มีใครยื่นอะไรให้ผมเลย ตั้งแต่อายุ 10 ขวบผมซื้อจักรยานโดยแม่มีงบให้คนละ 200 ปอนด์ แต่รุ่นที่ผมอยากได้มัน 300 ปอนด์ ผมเลยขอแม่ว่าผมขอยืมเงินก่อนได้ไหมแล้วจะทำงานใช้คืน ถามว่าทำอะไร? ผมขี่จักรยานส่งหนังสือพิมพ์รอบหมู่บ้าน แต่แม่เป็นห่วงเลยให้แม่บ้านไปด้วย อาทิตย์หนึ่งเขาจะจ่าย 14 ปอนด์เลยต้องแบ่งแม่บ้านคนละครึ่ง ปั่นมันทุกเช้าวันละชั่วโมง ผมใช้เวลา 4-5 เดือนก็คืนทุนแม่ได้

สิ่งที่สำคัญคือไม่ใช่ว่าคุณหาเงินได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องเข้าใจว่าทุกบาทมีค่า ผมเช่าวิดีโอมาดูต้องปั่นจักรยานส่งหนังสือพิมพ์ถึง3 วัน ซื้อแมคโดนัลด์มากินชิ้นหนึ่งต้องปั่นจักรยานไป1 วัน เราจะเข้าใจเลยว่าสิ่งที่เราทำนั้นมันจะต้องทำงานกี่ชั่วโมง กี่วัน กี่เดือน ถ้าผมมีลูกผมจะให้มันไปทำงานได้ค่าชั่วโมงแบบเหี้ยๆ เลย ไม่ใช่ไปทำงานออฟฟิศเดือนหนึ่งตีค่าชั่วโมงให้คุณหมื่นสองหมื่น คุณไม่รู้หรอก คุณต้องเป็นกรรมกรแล้วจะรู้ว่าค่าแรงมึงชั่วโมงล่ะเท่าไหร่เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยรู้หรอก ไอ้นี่ถูกอ้อนแม่ได้เร็ว ไอ้นี่แพงอ้อนแม่นานหน่อย

ไม่ใช่เพราะว่าเราเกิดมามีฐานะใช่ไหม ที่ทำอะไรสำเร็จได้ทุกวันนี้ ?

บางคนโพสต์ว่าพี่ไม่เข้าใจหรอก พี่ไม่เคยเกิดมาจนเหมือนหนู ซึ่งผมก็บอกว่าโอเค ถ้าคุณคิดอย่างนั้นคุณไม่มีทางรวยได้ เพราะความคิดมันกำหนดชีวิต คุณกำลังจะบอกว่าคนจนไม่มีทางรวยได้ แต่ถ้าเราดูมหาเศรษฐีของโลกทุกวันนี้เขาสร้างตัวเองกันมาเยอะมาก ล่าสุด‘แจ๊คหม่า’ ก็ไม่ได้เกิดมารวยนะ ไปเป็นไกด์เพื่อฝึกภาษาอังกฤษ คนที่เกิดมาลำบากจะมีความอดทนซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เด็กที่เกิดมาสบายก็ไม่ได้มีภาระอะไร อย่างเด็กที่มาจากครอบครัวดีๆ บางทีเขาไม่สู้ ผมไม่เชื่อเรื่องกระดาษที่เขียนวุฒิปริญญา ไม่เชื่อระบบการศึกษาทั่วโลกนะ ผมเห็นที่มันอายุ 11-12 จากโฮมสคูลได้ปริญญาเอกมาแล้ว แต่การที่เด็กเข้าไปเรียนสถาบันการศึกษาคือการสร้างวินัยให้คน สิ่งสำคัญคือวินัย หลายคนที่จบมาไม่ได้เอาความรู้เฉพาะทางมาใช้แต่ใช้วินัยในการทำงาน บ้านเราเรียนก็เรียนอย่างเดียว แต่ฝรั่งเรียนเสร็จออกไปท่องโลกเลย ผมไม่ได้บอกว่าการเรียนมันไม่ดีนะ แต่ว่าเราสามารถเรียนรู้ได้จากทุกที่
บางคนอยากให้ลูกเรียนหมอ แต่ถามลูกไหมว่ามันอยากเรียนไหม อย่างน้องชายผมคุมบริษัทพ่อ พี่ชายคุมบริษัทแม่ แต่ผมไม่เอาเหี้ยอะไรเลย ไม่มีเงินแม่สักบาทเลยในบ้านหลังนี้ ตอนนั้นทำงานผมก็กู้ตังค์แม่มาทำ แม่จะให้ก็ไม่เอา ผมเชื่อว่าเดี๋ยวก็หามาคืนได้ ผมเชื่อมั่นตัวเองนะ แต่ผมไม่ชะล่าใจ

มาถึงเรื่องความรักบ้าง ทุกวันนี้ดีเจภูมิดูแลความรักของตัวเองยังไง ?

ความรักเป็นเรื่องที่ผมไม่เก่ง เป็นอย่างเดียวที่ผมกำหนดไม่ได้ ผมโสดมาหลายปีแล้วเพราะว่าผมไม่ค่อยเข้าใจมัน ผมเกิดมาในครอบครัวที่มีผู้ชายล้วน อยู่โรงเรียนประจำที่มีผู้ชายล้วน เจอผู้หญิงคนแรกก็ตอนไฮสคูล เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วถึงมีแฟน คือผมเป็นเด็กอ้วนเป็นเด็กขี้อาย สิ่งที่คุณเห็นในทีวีมันเป็นสิ่งตรงข้ามผมหมด ที่ผมเป็นทุกวันนี้เพราะการตลาด เป็นเพราะโอกาส ผู้ใหญ่ให้อะไรทำเราก็ต้องทำ จนทุกวันนี้ผมได้ลาออกจากรายการเหล่านี้หมดเลยเพราะผมต้องชัดเจนกับสิ่งที่ผมเป็น นั่นแหละเรื่องของความรักผมไม่เก่ง

คุณมองความรักของคนรุ่นใหม่ยังไง ?

ผมว่ามันฉาบฉวยนะ โลกมันเปิดทำให้เจอกันง่ายมาก สมัยก่อนนี้จะจีบสาวคนหนึ่งต้องปั่นจักรยานไปหน้าบ้านเคาะประตู หรือไม่ก็โทรเข้าโทรศัพท์บ้าน แต่ว่าสมัยนี้มันมีไอจีเฟซบุ๊ก นัดมาเอากัน ผมถึงได้บอกว่าสมัยนี้ไม่เก็ต บางครั้งผู้หญิงโกรธผมนะ อย่างเอามานอนกอดไม่ทำไรเลย รุ่งขึ้นมันบล็อกไลน์ ดีไม่ดีด่าว่าตุ๊ดหลังไมค์อีก โลกทุกวันนี้มันเลวจนคนอาจคิดว่าคนที่มาทำสุภาพบุรุษด้วย มาทำดีด้วยต้องชอบคุณ คือผมก็แค่ออยากมีเพื่อนมากินข้าวดูหนังด้วย บางทีก็เข้าใจกันผิดได้ง่าย เด็กสมัยนี้เจอกันเร็วได้กันเร็ว มันทำให้ความอดทนมีน้อย อยากจะเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนกันง่ายๆ

แล้วคุณอยากจะฝากอะไรถึงพวกเขา?
 
ผมไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะออกเสียงในเรื่องนี้นะ (หัวเราะ) แต่ผมบอกได้ว่าคุณต้องพยายามเป็นตัวของตัวเอง สมัยนี้ผมไม่อยากที่จะให้คำสั่งสอนที่มันดูล้าสมัยนะ อย่างทุกวันนี้ผมจีบสาวอยู่คนหนึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเราเลยซึ่งก็ดีเพราะเขาเป็นตัวของตัวเอง ดีกว่าผู้หญิงที่ผมจีบแล้วพยายามที่จะทำแต่สิ่งที่ผมชอบ พูดแต่สิ่งที่ผมชอบ ซึ่งเมื่อถึงเวลาปุ๊บ เราไม่รู้หรอกว่าคุณชอบอะไร

เรื่องเซ็กซ์มันไปกันไกลแล้ว จะมาบอกว่าอย่ามีเลยมันไร้สาระ อยากมีมีเลยแต่ต้องป้องกันตัวเอง เราต้องรู้คุณค่าตัวเองด้วยสำหรับน้องๆ ที่อยากจะมอบเซ็กซ์ให้กับผู้ชายคุณจะรู้เลยว่าช่วงเวลาก่อนหน้านั้นคุณมีอำนาจที่สุด คือมึงสามารถสั่งเหี้ยอะไรได้หมด เพราะฉะนั้นอย่าไปเกรงใจ ไม่มีถุงยางนะพี่พี่ไปเซเว่นซื้อถุงยางก่อน ให้เซเว่นห่าง 3 กิโลมันก็วิ่ง เป็นกูก็วิ่ง อย่ามานั่งเกรงใจกัน บ้านเราเรื่องท้องก่อนวัยอันควรกับโรคเอดส์เป็นเบอร์สองของอาเซียน แต่เราแค่ไม่พูดเรื่องนี้ก็ถือว่าไม่เป็นปัญหาแล้ว
เรื่อง : วรชัย รัตนดวงตา
ภาพ : พาณุวัฒน์ เงินพจน์