ผู้หญิงกับเครื่องราง และเส้นทางพีอาร์มืออาชีพ ของ ‘ประดับเดือน สวรรค์ขวัญ’


จากเด็กหญิงขี้อายกลัวการใช้ชีวิต ชอบอยู่ติดบ้าน ไม่ค่อยไปไหน ไม่คลุกคลีกับใคร พูดจาน้อยเป็นเด็เรียบร้อย แต่ปัจจุบันเธอกลับตรงข้าม นั่นเพราะเธอได้ใช้ชีวิตมากขึ้นตามวัยได้เรียนรู้ว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี จนค้นพบเส้นทางที่เลือกเดินและตัวตนอย่างที่เธออยากเป็น

‘หญิง’ ประดับเดือนสวรรค์ขวัญ คืออดีตเด็กน้อยคนนั้นทุกวันนี้เธอเป็นนักประชาสัมพันธ์ของบริษัทเครติดกรุงไทย หรือ KTC รับผิดชอบด้านการตลาดและดูแลแคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ

แต่กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้เธอเคยผ่านเส้นทางชีวิตและสายงานอาชีพมาหลากหลายตั้งแต่เวทีประกวดนางงามเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ปี 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตสามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับหนึ่งเวทีประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 2004

หลังจากปริญญาตรี เธอเรียนต่อปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยควบคู่ไปกับการทำงานอิสระ เป็นพิธีกรตามงานอีเวนต์ทำรายการด้านสุขภาพและความงามให้กับช่องเคเบิลทีวี รวมถึงรายการท่องเที่ยวที่เธอต้องเขียนสคริปต์เอง หาข้อมูลเอง และดำเนินรายการเอง แทบจะครบทุกขั้นตอน


ประดับเดือนยังเคยเป็นหนึ่งใน KBanke-Girls รุ่นแรกๆ เธอย้อนอดีตเล่าให้ฟังว่า 

“ตอนนั้นเหมือนเป็นผู้หญิงยุคใหม่ถ้าเปรียบเทียบย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้วนะคะ ตอนนั้นถือว่า It-Girl เป็นอะไรที่ใหม่มากๆ สำหรับวงการการเงินเพราะว่าผู้หญิงที่จะมาเป็นอีเกิร์ลได้ เขาเคลมว่าจะต้องมีบุคลิกที่ดี สมาร์ทและเก่งในหลายๆ เรื่องสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้  ซึ่งตอนแรกหญิงก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นอีเกิร์ลได้มันมีบางอย่างที่เราอาจจะไม่ถึงจุดนั้น แต่พอได้เป็นแล้วก็รู้สึกว่า เออ…เราก็น่าจะมีอะไรดีบ้าง มันเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ สำหรับการเป็นพนักงานที่คล้ายเป็นแอมบาสเดอร์ของ
KBank”

หัวใจสำคัญของงานประชาสัมพันธ์

“ตำแหน่งพีอาร์ที่ KTC ของหญิงตอนนี้ หน้าที่หลักๆ คือการดูแลนักข่าว  ซึ่งนักข่าวของ KTC ก็จะมีสายการเงิน ธุรกิจ ไลฟ์สไตล์ กินดื่ม รถยนต์  ซึ่งก็จะมีทีมงานคอยดูแลสื่อสายต่างๆ ในส่วนที่หญิงรับผิดชอบคือดูแลสื่อสายไดนิง(กินดื่ม)รถยนต์ และสายประกัน นั่นคือหลักๆ”

เธอจะคอยดูว่าความต้องการของสื่อคืออะไร เช่นสื่อสายอาหารถ้าสื่ออยากได้ร้านนั้นร้านนี้ เธอจะต้องไปดูว่าร้านที่ว่า KTC มีโปรโมชั่นกับร้านหรือเปล่า ถ้ามีเธอก็สามารถ approach กับสื่อได้ว่าร้านน่าสนใจอะไรอย่างไร สื่อสนใจจะสัมภาษณ์ไหมโดยที่เธอมีประเด็นแนะนำให้ รวมถึงงานแอดมินหลังบ้านในทีมด้วย  ซึ่งจะมีการรวบรวมสถิติ เก็บรีพอร์ตหรือคิดหากิจกรรมใหม่เพื่อให้สื่อร่วมมือกับทีมพีอาร์


“การทำงานกับสื่อจะว่าง่ายก็ไม่ง่าย ยากก็ไม่ยากเสียทีเดียวค่ะ” เธอบอก “ความสนุกของการทำงานพีอาร์ที่นี่คือการที่เราได้เจออะไรใหม่ๆ เจอสื่อใหม่ๆ และเราได้คิดได้ทำอะไรใหม่ๆ เสมอ จะว่ายากก็ไม่ยากเพราะมันคือความท้าทายที่ทำให้เราสนุก แต่ความยากของเรามันอยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไรที่จะให้สื่อเหล่านั้นมาสนใจในตัวโปรดักต์ของเรามากกว่า

“ถ้าถามว่าหัวใจสำคัญของงานพีอาร์คืออะไรหญิงคิดว่ามันคือการใส่ใจและการเอาใจใส่ในเรื่องต่างๆ เพราะว่าการที่เราจะทำผลงานออกมาชิ้นหนึ่ง ในการทำพีอาร์กับสื่อสายต่างๆ เราต้องมีความใส่ใจ ดูแลเขาให้ถึงที่สุด ดูว่าเขาต้องการอะไร คนแบบนี้เป็นคนประเภทไหนเราจะได้ทำสิ่งที่โดนใจเขา”

ธุรกิจออนไลน์ จากเครื่องรางของขลังถึงขนมจีนอ่องไก่

ควบคู่กับงานประจำประดับเดือนยังมีรายได้เสริมจากธุรกิจออนไลน์ ที่เธอเริ่มกับ e-Bay ขายเครื่องรางของขลังฟังดูแปลกใช่ไหม ผู้หญิงกับเครื่องรางของขลัง แต่เธอเล่าให้ฟังว่าเธอมีความสนใจเรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่ครั้งยังเด็กนั่นเพราะพ่อของเธอมีธุรกิจร้านขายของเก่า และพระเครื่อง


“แล้วพอยุคสมัยมันเปลี่ยนไป สังคมออนไลน์เข้ามาธุรกิจของพ่อก็เริ่มซบเซา ไปต่อไม่ได้หญิงก็เลยเล็งเห็นว่าพ่อควรจะเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไหม หรือว่าเราควรจะแยกไลน์ออกมาหมายความว่าธุรกิจของพ่อก็ยังคงอยู่กลุ่มเป้าหมายของพ่อก็ยังคงเดิมลูกค้าประเภทเซียนพระก็ยังอยู่เหมือนเดิม แต่ถ้าเราแตกไลน์ออกมาจับกลุ่มที่เล่นออนไลน์มากขึ้น ที่เป็นต่างชาติมากขึ้นหรือใครที่สนใจเข้ามาดูสินค้าที่แปลกออกไป ก็น่าจะทำไว้ให้เรามีทางเลือกก็เลยเริ่มศึกษามาเรื่อยๆ จากความเชื่อของเรา

“หญิงคิดว่า ถ้าเราทำสิ่งไหนจากความเชื่อหรือความรักที่เรามีมันจะทำได้ดี ก็เลยเริ่มศึกษาธุรกิจ e-Bay ว่าเขาทำกันอย่างไร ขายอะไรได้บ้าง ซึ่งมันขายได้ทุกอย่าง ราคาก็สามารถบวกได้สมมติราคาขายในเมืองไทยอยู่ที่หนึ่งร้อยบาท แต่ถ้าเอาไปขายใน e-Bay เราสามารถบวกเพิ่มได้ถึงพัน โดยที่เราแค่เพิ่มสตอรีเข้าไปมันทำให้รู้สึกว้าวจังกับธุรกิจในนี้”


แต่ช่วงนี้ทุกอย่างเริ่มชะลอตัว ทำอะไรได้ไม่มากเพราะพอโควิดเข้ามา ทำให้การส่งออกชะงัก “หญิงก็เลยมาทำขนมจีนอ่องไก่แทนในช่วงนี้” เธอบอกพลางยิ้ม “แต่ว่าส่วนใหญ่ทาร์เก็ตตอนนี้เป็นพนักงานในออฟฟิศของ KTC ค่ะ เพราะว่าหญิงไม่ได้ทำทุกวัน ทำเฉพาะวันจันทร์วันเดียวเหตุผลที่ทำเฉพาะวันจันทร์วันเดียวเพราะว่าที่ออฟฟิศจะไม่มีร้านค้าเปิดวันจันทร์คือกฎหมายห้ามตั้งแผงลอยทุกวันจันทร์ ก็เลยกลายเป็นโอกาสของเรา”

เธอยังบอกอีกว่าขนมจีนอ่องไก่ของเธอเป็นเมนูที่หากินที่ไหนไม่ได้เพราะเป็นเมนูที่เธอคิดสูตรและพัฒนาขึ้นมาเอง เบสของมันคือน้ำพริกมีส่วนผสมของตะไคร้ซอย มะกรูดซอย ข่าซอย แล้วค่อยปรุงรส  ซึ่งคล้ายขนมจีนน้ำเงี้ยวของเชียงใหม่ แต่จะมีเท็กเจอร์ของน้ำแกงเหมือนแกงเขียวหวาน รสชาติจะคล้ายขนมจีนน้ำเงี้ยว จะมีความข้นคลั่กโดยไม่ได้ใส่น้ำกะทิ

“ทำแล้วเหนื่อย แต่สนุก” เธอว่า “หญิงชอบทำกับข้าวและมีพรสวรรค์ด้านทำกับข้าวด้วย คือหยิบโน่นมาปรุงนี่ก็อร่อยเฉยเลย” เธอทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะ

สไตล์ และสเปกของสาวนักประชาสัมพันธ์

เค้าโครงนางงามของประดับเดือนยังคงอยู่ครบทั้งสัดส่วนรูปร่างและความสูงประดับเดือนรู้จักสไตล์ของตัวเองว่าสิ่งไหนเหมาะสมกับชีวิตส่วนตัวและการทำงานเธอชอบสวมเสื้อยืด-กางเกงยีนส์ ง่ายๆ ชิลล์ๆ ในเวลาส่วนตัวที่บ้าน แต่หากวันไหนทำงานหรือออกงานเธอจะเลือกสวมเสื้อผ้าแนวเวิร์คกิงวูเมน ที่ดูเท่และสมาร์ท

“หญิงเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉยๆ จะพยายามคิดหาอะไรใหม่ๆ ทำอยู่เรื่อยๆ อย่างเช่นก่อนหน้านี้หญิงเคยขายกาแฟสุขภาพก็พยายามติดตามหาเหตุและผลของมันว่าเราควรจะเริ่มจากตรงไหนดีทำไมต้องทำกาแฟสุขภาพทำไมไม่ทำกาแฟเฉยๆ เพราะว่ากาแฟสุขภาพมันสามารถ up value ได้มากกว่ากาแฟเฉยๆ มันมีประโยชน์มากกว่ามันให้คุณค่ามากกว่า เราก็ทำอะไรที่มัน plus กว่าปกติ” เรื่อยมาจนถึงเครื่องรางของขลังและขนมจีนอ่องไก่


“ถ้ามีเวลาว่างจริงๆ ก็จะเล่นเกมบ้าง ท่องเที่ยวบ้าง ซึ่งชอบมาก หญิงต้องไปเที่ยวทุกไตรมาส ทุกเดือน แต่ช่วงโควิดนี่ไม่ค่อยได้ออกไปไหน”

ครั้นถามเธอเรื่องสเปกผู้ชายเธอก็สามารถตอบได้แบบแทบไม่ต้องคิด “หญิงชอบผู้ชายเก่ง สามารถดูแลเราได้ และเป็นคนที่คิดแทนเราได้ว่า เราควรทำสิ่งไหน ไม่ควรทำสิ่งไหนสามารถเป็นโค้ชให้เราได้ หญิงชอบผู้ชายสูงๆ ขาวๆ ตี๋ๆ แบบณเดชน์ (คูกิมิยะ) ใช่เลย” เธอบอก กลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่

เป้าหมายในชีวิต กับสิ่งที่ฝัน

“เมื่อก่อน ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้วหญิงเคยคิดว่าอยากจะทำให้ที่บ้านมีความสุขสบาย พ่อแม่อยู่สุขสบาย มีบ้านมีรถมีเงินใช้มีอะไรก็ได้ที่ถ้าเขาเอ่ยปากว่าอยากจะได้หรืออยากทำ เราก็จะซัพพอร์ตเขา

“หญิงเห็นแม่ทำงานมาตั้งแต่เด็กรู้ว่าแม่เหนื่อย แม่ทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อให้เรามีชีวิตที่ดีเพราะฉะนั้นการที่เราเป็นเด็กดีและเชื่อฟังเขา มันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วเพราะเขาไม่ได้คิดร้ายต่อเราเลย คือรัก รักมาก อยากให้เขาอยู่สบายอะไรที่เขาอยากได้เราก็พร้อมที่จะให้เขาเสมอ

“แต่ถามว่าปัจจุบันนี้มันยังเป็นอย่างนั้นอยู่ไหมต้องบอกว่ามันเหมือนสิ่งที่คอย plus ไปเรื่อยๆ มากกว่าเพราะว่าเราทำตามเป้าที่เราวางไว้เมื่อสิบปีที่แล้วได้แล้ว”

และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เธอเปรียบเปรยมันเป็นเช่นโบนัส หรือกำไรของชีวิต “เพราะมันเป็นไปตามเป้าหมายครบหมดแล้ว คือให้ที่บ้านมีความสุข มีเงินทองอยากได้อะไรก็ไม่ขาด”


แต่ทุกสิ่งอย่างที่เธอทำนั่นคือสิ่งที่เธอใฝ่ฝันมาตลอดหรือไม่

“ความจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่ใช่สิ่งที่หญิงฝันไว้เลยค่ะ” เธอให้คำตอบ “อย่างเช่นนางงาม นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฝันเลย แต่เป็นสิ่งที่แม่ฝันและแม่ก็ผลักดันหญิง ส่วนเรื่องของการทำงาน จริงๆ งานพีอาร์ก็ไม่ใช่สายงานที่ฝันไว้เหมือนกัน เพราะหญิงเรียนนิเทศศาสตร์ สายโฆษณามา  แต่ก็ไม่เคยได้แตะงานโฆษณาเลย ก็เลยกลายเป็นเหมือนว่า สิ่งต่างๆ ที่มันเข้ามาในชีวิตไม่ใช่สิ่งที่หญิงฝันอยากจะทำเลย แต่พอได้ทำแล้วมันก็รู้สึกว่าอ๋อ…แบบนี้มันก็สนุกไปอีกแบบหนึ่งมันก็มีอะไรใหม่ๆ ให้เราเรียนรู้ได้ตลอด”

แล้วความใฝ่ฝันจริงๆ ของประดับเดือนคืออะไร

“ฝันจริงๆ ของหญิงคือ อยากเป็นแอร์โฮสเตส” เธอสารภาพพร้อมเสียงหัวเราะ “แต่ไม่ได้เป็น มันมีเหตุผหลายๆ อย่างที่เข้ามาในชีวิต พอถึงช่วงเวลาหนึ่งเราจะไปสมัครแอร์โฮสเตสมันก็จะมีอีกเหตุหนึ่งที่เข้ามาให้เราต้องตัดสินใจว่า วันนี้ไม่ไปสมัครงาน  แต่ไปงานนี้ดีกว่า มันจะมีหลายๆ อย่างที่…มันเหมือนดวงเลยค่ะ”

เรื่อง บุญโชค พานิชศิลป์

No Comments Yet

Comments are closed