31 ส.ค. 2569

STYLE

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน

Lamborghini Hurac?n STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งสู่ท้องถนน ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเร้าใจตามแบบฉบับของรถแข่ง ในรูปแบบที่เหมาะสำหรับการใช้งานบนถนนสาธารณะ

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งสู่ท้องถนนทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเร้าใจตามแบบฉบับของรถแข่ง ในรูปแบบที่เหมาะสำหรับการใช้งานบนถนนสาธารณะเป็นรุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งในรุ่น อย่าง Huracan Super Trofeo EVO และ รุ่นHuracan GT3 EVO แชมป์ 3 ปีซ้อนจากรายการแข่งขัน 24 Hours of DAYTONA หนึ่งในการแข่งขันที่ยากและโหดที่สุดในโลก ราคาเริ่มต้นเปิด 29,990,000 บาท

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน

เครื่องยนต์ V10 แบบ NA ที่มอบพละกำลังสูง 640 แรงม้า และแรงบิด 565 นิวตันเมตร ส่งกำลังไปที่ล้อคู่หลัง ส่งผลให้ Huracán STO สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.0 วินาที และจาก 0-200 กม./ชม. ในเวลาเพียง 9.0 วินาที ยิ่งไปกว่านั้น

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน

หัวใจหลักสำคัญของ Huracán STO คือหลักอากาศพลศาสตร์ของตัวรถที่สามารถจัดการกับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดีไซน์ตัวถังที่ถูกออกแบบเพื่อสร้างแรงกดอากาศได้สูงและยังสามารถรีดอากาศออกจากตัวรถได้ดีในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งการนำวัสดุน้ำหนักเบามาใช้บนตัวรถเพื่อลดน้ำหนักสูงสุด

ทุกรายละเอียดของ Huracán STO ได้รับแรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ตและเดินตามปรัชญา “design always follows function”

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน

Huracán STO คือผลงานระหว่างการร่วมมือของแผนกวิจัยและพัฒนาของลัมโบร์กินี แผนกมอเตอร์สปอร์ต Squadra Corse และแผนกดีไซน์ Centro Stile ฟังก์ชั่นหลายส่วนของรถได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งที่ทาง Squadra Corse ผลิตขึ้นมาและถูกนำมาใช้ใน Huracán STO

Cofango คือการนำฝากระโปรงหน้า ซุ้มล้อ และกันชนหน้า ของตัวรถมาดีไซน์ใหม่ให้เป็นชิ้นเดียวกัน และทำให้ Huracán STO มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน

ส่วนช่องดักอากาศบริเวณฝากระโปรงหน้าช่วยจัดระเบียบให้อากาศไหลเวียนผ่านตัวรถได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้การระบายความร้อนเครื่องยนต์ดียิ่งขึ้นและยังสร้างแรงกดให้กับรถมากยิ่งขึ้นอีกด้วย บริเวณด้านหน้าของ Huracán STO ได้ติดตั้งสปลิตเตอร์หน้าใหม่ที่มีช่องระบายอากาศไปยังใต้ท้องรถจนถึงดิฟฟิวเซอร์หลังที่ช่วยลดการต้านลมเมื่อต้องการทำความเร็วในทางตรง

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน

ซุ้มล้อหลังของตัวรถถูกพัฒนามาจากรถแข่ง One Make Race อย่าง Super Trofeo EVO ช่วยให้ตัวรถลู่ลมมากยิ่งขึ้นและในขณะเดียวกันก็ยังสร้างแรงกดด้านท้ายของตัวรถ ส่งผลให้สมรรถนะของตัวรถทั้งทางตรงและทางโค้งมีประสิทธิภาพสูงเหมือนกับรถแข่งในสนาม ช่องดักอากาศ NACA ที่ถูกติดตั้งบนซุ้มล้อหลังนั้นทำหน้าที่ดักอากาศเข้าไปในเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์สร้างพละกำลังได้อย่างต่อเนื่องแม้ในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงเป็นเวลานาน

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน

สปอยเลอร์หลังของ Huracán STO สามารถปรับตั้งได้ 3 ระดับ เพื่อให้สมดุลตามแต่ละรูปแบบของสนามได้อย่างลงตัว ระบบเบรกประสิทธิภาพสูง ช่องดักอากาศเบรกหน้าใหม่ถูกดีไซน์เพื่อระบายความร้อนให้กับระบบเบรกแบบใหม่อย่าง CCM-R brakes ที่ถูกพัฒนาจากรถ F1 โดย Brembo

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน

นอกจากนี้ในรุ่นของ Huracán STO ยังถือว่ามีบาลานซ์รถที่ดีที่สุดสำหรับรถขับเคลื่อนล้อหลัง แถมยังมีประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอากาศได้ดีขึ้นมากถึง 37% และสร้างยังสามารถแรงกดได้มากขึ้นถึง 53% เมื่อเทียบกับ Huracán Performante

ระบบช่วงล่างปรับตั้งมาโดยเฉพาะอย่าง Lamborghini’s MagneRide 2.0 ทำให้ STO สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของรถแข่งได้อย่างไร้ขีดจำกัดแม้บนถนนสาธารณะ ระบบเลี้ยวล้อหลังถูกติดตั้งเพิ่มเพื่อความคล่องตัวเมื่อใช้งานทุกวัน

Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน
Lamborghini Huracan STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ จากแชมป์สนามแข่ง DAYTONA สู่ท้องถนน

การติดตั้งโหมดการขับขี่ใหม่ 3 โหมด: STO, Trofeo และ Pioggia

การออกแบบภายในเป็นการนำเอาวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้บริเวณแผงประตูภายใน เบาะแบบสปอร์ตพร้อมแผ่นหลังจากวัสดุคาร์บอน และนำเอาวัสดุอัลคันทาร่ามาใช้เพื่อให้สัมผัสที่กระชับมือยิ่งขึ้น พรมบริเวณพื้นรถถูกแทนที่ด้วยแผ่นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ระบบเซฟตี้เบลท์ 4 จุดที่ยึดไว้กับคานไทเทเนียมด้านหลังเบาะที่พัฒนาร่วมกับ Akrapovic ถูกนำเข้ามาเพิ่มความปลอดภัยตามแบบฉบับรถแข่ง

เรียบเรียงข้อมูลจาก MGR Online