31 ส.ค. 2569

STYLE

The World Of Hot Toys

ในโลกของของเล่นและของสะสมนั้น ชื่อของ Hot Toys นับเป็นหนึ่งในยุทธจักร ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ด้วยการผลิตสินค้าคาแร็คเตอร์จากภาพยนตร์ มาเป็นแอ็คชั่นฟิกเกอร์ขนาด 1/6 ที่มีความสูง 30 ซ.ม. หรือ 12 นิ้ว ที่มีการใช้วัสดุในการตัดเย

The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys

ในโลกของของเล่นและของสะสมนั้น ชื่อของ Hot Toys นับเป็นหนึ่งในยุทธจักร ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ด้วยการผลิตสินค้าคาแร็คเตอร์จากภาพยนตร์ มาเป็นแอ็คชั่นฟิกเกอร์ขนาด 1/6 ที่มีความสูง 30 ซ.ม. หรือ 12 นิ้ว ที่มีการใช้วัสดุในการตัดเย็บชุด และการปั้นใบหน้ารวมถึงสัดส่วนต่างๆอย่างสมจริง ชนิดที่เรียกได้ว่าหากนำไปถ่ายรูปจัดแสงดีๆแล้ว เราอาจจะแยกไม่ออกเลยทีเดียวว่า รูปที่เราเห็นนั้นมาจากภาพในหนังหรือแท้จริงแล้วเป็นของเล่น

The World Of Hot Toys

Hot Toys มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณ Howard Chan ที่เริ่มต้นทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าฟิกเกอร์ จนได้มาเปิดร้านของเล่นชื่อดังในฮ่องกงอย่าง Toy Hunters ซึ่งจากการเปิดร้านนี้เองก็ทำให้เขาเริ่มมีความคิดที่อยากจะผลิตสินค้าของตัวเองขึ้นมา เพราะสินค้าฟิกเกอร์ในสมัยนั้นยังเป็นของที่ทำออกมาให้เด็กเล่น ที่ราคาต้องตั้งให้ไม่แพงนัก

The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys

ดังนั้นคุณภาพที่ได้ก็ตามราคา เขาจึงอยากที่จะทำของเล่นที่ทำให้ตัวเองพึงพอใจได้ ก็เลยเริ่มลองที่ของเล่นแนวทหารก่อน โดยเริ่มทำเป็นพวก Accessories ชิ้นเล็กๆก่อน ยังไม่ได้ทำเป็นฟิกเกอร์เต็มตัว จากนั้นก็ค่อยๆขยาย Project จนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มตั้งบริษัท Hot Toysในปี 2000

The World Of Hot Toys

การที่ทาง Hot Toys เลือกทำฟิกเกอร์ออกมาในขนาด 1/6 ก็เพราะเป็นขนาดพอดีสำหรับการสะสม ทั่วโลกจะเรียกสัดส่วนนี้ว่า Gold Scale เพราะหลังจากทำฟิกเกอร์ทหาร ก็ทำให้ทีมีความชำนาญในการปั้นมาก ทำกันจนเป็นช่างฝีมือที่สามารถทำงานที่มีความซับซ้อนได้ ทั้งเครื่องประดับ เสื้อผ้า รวมถึงรายละเอียดต่างๆที่ใส่เข้าไปในตัวบอดี้ โดยจุดเปลี่ยนที่สำคัญอยู่ในปี 2001 ที่มีการออกซีรีส์ Movie Masterpiece ตัวแรกออกมาเป็น T-800จากภาพยนตร์ The Terminator ทำให้นักสะสมเริ่มรู้จัก Hot Toys กันมากขึ้นด้วยคุณภาพงานที่เหนือกว่าเจ้าอื่นๆในตอนนั้น

The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys

แต่ส่วนหัวของ T-800 ก็ยังเป็นใบหน้าแบบเสียหายจนเห็นโครงกระดูกเหล็กข้างใน ไม่ได้เป็นหน้าของ อาโนลด์ ชวาซเสเนกเกอร์ ผู้รับบท ก่อนจะตามมาด้วย Rambo ที่คราวนี้มีการซื้อลิขสิทธิ์ใบหน้าของ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน เพื่อที่จะได้ทำฟิกเกอร์ให้ออกมาได้เหมือนตัวจริงมากที่สุด และนี่ก็เป็นการพลิกโฉมหน้าวงการไปเลยทีเดียวเพราะที่ผ่านมา ไม่มีบริษัทของเล่นไหนที่ทำหน้าฟิกเกอร์ออกมาได้เหมือนคนแสดงขนาดนี้ และนั่นก็กลายเป็นตัวสร้างชื่อให้ Hot Toys ขึ้นมามีตัวตนในวงการฟิกเกอร์นี้

The World Of Hot Toys

สิ่งที่ทำให้ Hot Toys ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในวงการฟิกเกอร์จริงๆนั้นอยู่ในปี 2008 ด้วยฟิกเกอร์ชุด The Dark Knight และ Ironman ที่ทำให้คนทั่วไปที่ชื่นชอบภาพยนตร์สองเรื่องนี้ ต้องหันมาเริ่มเก็บสะสมของจาก Hot Toys เพราะในตอนนั้นสินค้าของ Hot Toys ยังมีราคาที่ไม่สูงมากนัก การยอมจ่ายเพิ่มอีกสักเท่าตัว แต่ได้ของเล่นที่สวยสมจริงกว่า มีขนาดเต็มไม้เต็มมือกว่า และมีลูกเล่นในแบบที่ฟิกเกอร์ขนาดเล็กกว่าให้ไม่ได้ เป็นสิ่งที่ทำให้นักสะสมทั่วโลกแทบจะบ้าคลั่งกับสินค้าชุดนี้ และชุดต่อไปที่จะออกตามมา จนก่อเกิดเป็นกระแสเก็งกำไร Hot Toys กันในตอนนั้นขึ้นมาเลยทีเดียว

The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys

ผ่านไปกว่า 20 ปี บริษัทเล็กๆจากฮ่องกง กลายมาเป็นบริษัทฟิกเกอร์ยักษ์ใหญ่ ที่ออกสินค้าจากภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ทั้งค่าย Marvel และ DC รวมถึงภาพยนตร์ชื่อดังต่างๆ ที่ตอนนี้มียอดจำหน่ายที่สูงกว่าบริษัทของเล่นต้นตำรับอย่าง อเมริกา และญี่ปุ่นเสียอีก ด้วยการพัฒนา และ ควบคุมคุณภาพของตัวสินค้าให้โดนใจคนเก็บสะสม ซึ่งอาจเรียกได้ว่าตอนนี้ ฟิกเกอร์ของ Hot Toys กลายเป็นสินค้าในระดับ Premium ที่ต้องจ่ายค่าพรีออเดอร์เพื่อจองกันข้ามปี ในราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้มานั้น ก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้นักสะสมยอมจ่ายเพื่อจะได้ครอบครองสิ่งที่ตัวเองรัก อย่างไม่ปริปากบ่น

The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys
The World Of Hot Toys

Text :Step Hen

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Hottoys / powerupmag / figureking magazine/ https://www.sideshow.com