Ferrari Enzo ปี 2003 สร้างสถิติขาย 3.8 ล้านดอลล่าร์ (125 ล้านบาท)


นี่คือความจริงที่รถเก่าอายุ 18 ปีมีราคาค่าตัวที่แพงกว่าไฮเปอร์ยุคปัจจุบันบางรุ่น !!

มีรถเพียงไม่กี่คันบนพื้นโลกที่ยิ่งเก่ายิ่งได้ราคาขึ้นทำเนียบความคลาสสิคได้อย่างเหนือชั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องนับรวม Ferrari Enzo เอาไว้ด้วย แม้เวลาผ่านไปกี่ปีก็ไม่สามารถทำลายความเป็นตัวตนของเขาลงได้ ยิ่งไปกว่านั้นมีแต่มูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ปฏิเสธไม่ได้ว่า Ferrari Enzo ปี 2003 เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญของนักสะสมของหายาก เขามีดีตั้งแต่ชุดกระจังหน้าหรือจมูกที่ได้แรงบันดาลใจจาก F1 ไปจนถึงเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความแรงโดยธรรมชาติของรถสูตรหนึ่ง ทุกอย่างเกี่ยวกับไฮเปอร์คาร์ของอิตาลีคันนี้ถูกสร้างขึ้นมาให้ใช้งานได้จริงในชีวิตและบนนถนนหลวง ดังนั้นด้วยจำนวนรถที่สมบูรณ์เหลือเพียงน้อยนิดทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง


Enzo ผ่านไลน์ผลิตจากโรงงานเฟอร์รารี่เพียง 400 คันเท่านั้นไม่เกินจากนี้ ระหว่างปี 2545 ถึง 2547 มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับการตกแต่งภายนอกของ Rosso Scuderia ซึ่งเป็นสีที่เป็นตัวเลือกสำหรับรถยนต์ F1 ที่มีชื่อเสียงที่สุดของแบรนด์ มากไปกว่านี้คือความจริงที่ว่าเวลาล่วงเลยหลายปีแต่ Enzo คันนี้วิ่งได้เพียง 353 ไมล์ตั้งแต่ออกจากโรงงาน คงสภาพเดิมมากที่สุด


แม้ว่าเทคโนโลยีของ Ferrari Enzo อาจดูธรรมดามากเมื่อเทียบกับไฮเปอร์คาร์สมัยใหม่รุ่นอื่นๆ แต่นี่ก็คือการปฏิวัติครั้งใหญ่ด้านการออกแบบในต้นปี 2000 ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยสไตล์ที่ได้รับจาก F1 ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนด้วยจมูกทรงสามเหลี่ยมที่อยู่ด้านหน้า อย่างไรก็ตาม Enzoทำได้มากกว่าที่กฎ F1 อนุญาตในขณะนั้น โดยการเพิ่มส่วนประกอบต่างๆ เช่น Active Aero และระบบควบคุมการยึดเกาะถนน


ขุมพลังของไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้คือเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร ที่มีกำลัง 660 แรงม้าที่ 7,500 รอบ/นาที และแรงบิด 657 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ/นาที กำลังทั้งหมดนั้นไปที่ล้อหลังโดยเฉพาะผ่านเกียร์ธรรมดาอัตโนมัติ6สปีด electro-hydraulic F1 ด้วยตัวรถที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ Enzoมีน้ำหนักเพียง 1,255กิโลกรัม โดยมีความยาว 4,702มม. กว้าง2,035มม. และสูง 1,147มม. ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากF50รุ่นก่อน เร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-96 กม. / ชม.) ในเวลาเพียง 3 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 217 ไมล์ต่อชั่วโมง (350 กม. / ชม.)


ในขณะที่องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ Ferrari Enzo เป็นที่ต้องการแล้ว รถยนต์ที่เรากำลังดูอยู่ในปัจจุบันได้ก้าวไปอีกขั้น นั่นเป็นเพราะมันมีการตกแต่งภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ของ Rosso Scuderia ทำให้เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ปล่อยให้ Maranello ใช้สีนี้ เชื่อกันว่านี่เป็นเพียง Enzo คันเดียวที่มีสีนี้ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสหรัฐอเมริกา เจ้าของคนอื่นๆ ที่ผสมผสานเอกลักษณ์นี้ ได้แก่ Michael Schumacher, Jean Todt และแม้แต่ Pope John Francis II


ยิ่งไปกว่าความหายากและคุณค่าเหนือกาลเวลานั้น เราต้องบอกว่าบางครั้งอาจยังยืนยันได้ไม่ดีด้วยคำพูด ทว่าล่าสุดในตลาดได้มีการ ซื้อขายกันเกิดขึ้นเป็นสิ่งทำให้หลายคนต้องตะลึงคือ ได้พบว่ามีการแลกเปลี่ยนกันที่ 3.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ125ล้านบาท) ซึ่งสร้างสถิติสำหรับตลาด Enzo มูลค่ามหาศาลนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้รถคันนี้มีราคาสูงลิ่วนั้น อาจได้รับแรงหนุนจากข้อเท็จจริงที่ว่าตั้งแต่ ปี 2003 รถคันนี้ได้สัมผัสพื้นถนนด้วยระยะทาง 353 ไมล์บนหน้าปัดเรือนไมล์ นับเป็นหนึ่งใน Enzo ที่มีระยะเดินทางน้อยที่สุดในโลก

Text : Tong Superman
Photo : Ferrari

No Comments Yet

Comments are closed